ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เป็นราชประเพณีไทยที่มีมาแต่โบราณตั้งแต่สมัยสุโขทัย สืบทอดมาถึงกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ โดยจัดขึ้นสำหรับการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์ทั้งการส่วนพระองค์และงานพระราชพิธีสำคัญ เช่น การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน

การจัดรูปขบวนเรือพระราชพิธีมีเรือเข้าร่วมทั้งหมด 52 ลำ แบ่งเป็น 5 ริ้วขบวน (3 สาย) ความยาวขบวนประมาณ 1,280 เมตร ใช้กำลังพลฝีพายและนายเรือรวมประมาณ 2,200 นาย โดยจัดแบ่งประเภทเรือออกเป็น 9 กลุ่มหลัก ดังนี้

1. เรือพระที่นั่ง (4 ลำ) อยู่ในริ้วสายกลาง ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ (เรือพระที่นั่งทรง), เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช (เรือทรงผ้าไตร / เรือพระที่นั่งรอง), เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 (เรือพระที่นั่งรอง) และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ (เรือพระที่นั่งรอง)

2. เรือรูปสัตว์ (8 ลำ) อยู่ในริ้วสายใน ได้แก่ เรือครุฑเหินเห็จ, เรือครุฑเตร็จไตรจักร, เรือกระบี่ราญรอนราพณ์, เรือกระบี่ปราบเมืองมาร, เรือพาลีรั้งทวีป, เรือสุครีพครองเมือง, เรืออสุรวายุภักษ์ และเรืออสุรปักษี

3. เรือพิฆาต (2 ลำ) ได้แก่ เรือเสือทยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์

4. เรือคู่ชัก (2 ลำ) ได้แก่ เรือเอกไชยเหินหาว และเรือเอกไชยหลาวทอง ทำหน้าที่สำหรับชักลากเรือพระที่นั่ง

5. เรือประตู (2 ลำ) ได้แก่ เรือทองขวานฟ้า และเรือทองบ้าบิ่น ทำหน้าที่เป็นเรือนำริ้วขบวน

6. เรือกลอง (2 ลำ) ได้แก่ เรือแตงโม (เรือกลองใน) และเรืออีเหลือง (เรือกลองนอก)

7. เรือตำรวจ (3 ลำ) ได้แก่ เรือตำรวจ 1 - 3 ทำหน้าที่เรืออารักขา

8. เรือดั้ง (22 ลำ) จัดเป็นเรืออารักขาและประดับริ้วขบวน

9. เรือแซง (7 ลำ) เป็นเรือกราบขนาดเล็กและเร็ว ทำหน้าที่เป็นเรืออารักขา เช่น เรือแซง 7