เปิด 10 พฤติกรรม ลดความเสี่ยงเป็นสโตรก แนะกลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังพิเศษ
สโตรก (Stroke) หรือโรคหลอดเลือดสมอง เป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยมากกว่า 50,000 รายต่อปี และเป็นสาเหตุสำคัญของความพิการในระยะยาว แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ ด้วยการปรับพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันให้เหมาะสม
สโตรก (Stroke) เกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองหยุดชะงัก หรือแตกในสมอง ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนและตายลง ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว แบ่งเป็น 2 ประเภทหลักคือ
Ischemic Stroke: หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
Hemorrhagic Stroke: หลอดเลือดในสมองแตก
10 พฤติกรรมที่ทำให้ห่างไกลสโตรก
1. ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ ความดันโลหิตสูงคือปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งของสโตรกควรหมั่นวัดความดันและควบคุมให้อยู่ไม่เกิน 120/80 mmHg ด้วยการลดเค็ม ออกกำลังกาย และกินยาตามแพทย์สั่ง
2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายช่วยลดความดัน ควบคุมน้ำหนัก และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือโยคะ
3. เลิกบุหรี่ทันที การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของสโตรกถึง 2 เท่า เพราะทำให้หลอดเลือดตีบแคบลงและเกิดคราบไขมันสะสม
4. ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากอาจเพิ่มความดันโลหิต ทำให้เลือดแข็งตัวผิดปกติ ควรดื่มไม่เกิน 1-2 แก้วต่อวัน หรือหลีกเลี่ยงทั้งหมด
5. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนมีโอกาสเป็นเบาหวานและความดัน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของสโตรก การลดน้ำหนักเพียง 5–10% ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้ชัดเจน
6. กินอาหารสุขภาพ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง เค็มจัด หวานจัด ควรเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช ปลา และไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด
7. ควบคุมเบาหวานให้อยู่ในระดับปลอดภัย ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงอย่างต่อเนื่องจะทำลายผนังหลอดเลือด หากคุณเป็นเบาหวาน ควรพบแพทย์สม่ำเสมอ และควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด
8. พักผ่อนให้เพียงพอ นอนน้อยหรือคุณภาพการนอนไม่ดีทำให้เกิดความเครียดสะสม และอาจเร่งให้เกิดสโตรกได้ ควรนอนวันละ 6–8 ชั่วโมง และนอนให้เป็นเวลา
9. จัดการความเครียดให้ดี ความเครียดเรื้อรังส่งผลให้ความดันโลหิตสูงและหัวใจเต้นผิดปกติ ลองฝึกหายใจลึกๆ เล่นโยคะ หรือทำสมาธิเพื่อผ่อนคลาย
10. ตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจระดับความดัน ไขมัน น้ำตาลในเลือด หรือคลื่นหัวใจอย่างน้อยปีละครั้ง จะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก และป้องกันสโตรกได้ทัน
กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังสโตรกเป็นพิเศษ
ผู้ที่มีอายุเกิน 55 ปี ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นสโตรก
ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มจัด ไม่ออกกำลังกาย
สัญญาณเตือนก่อนเกิดสโตรกที่ควรรู้
แขนขาอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่ง พูดไม่ชัด พูดไม่ออก มองเห็นภาพซ้อน เวียนศีรษะ ทรงตัวไม่ได้ ปวดหัวรุนแรงเฉียบพลัน






