สุขภาพ

อย่ามองข้าม! ร่างกายมี 4 กลิ่น อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้าย

|
อย่ามองข้าม! ร่างกายมี 4 กลิ่น อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้าย

หลายคนไม่รู้ว่า กลิ่นที่ออกมาจากร่างกายเรานั้น สามารถบ่งบอกโรคได้ บางคนก็คิดว่าอาจจะแค่เป็รเพียงกลิ่นตัวเท่านั้น โดย แพทย์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของกลิ่นตัวอาจเป็นหนึ่งใน สัญญาณเตือนสุขภาพระยะเริ่มต้น ของโรคบางชนิดที่กำลังก่อตัวอย่างเงียบ ๆ ดังนั้น หากมีกลิ่นผิดปกติเกิดขึ้นต่อเนื่อง ควรใส่ใจและตรวจสอบให้แน่ชัด

4 กลิ่นตัวที่ไม่ควรมองข้าม อาจเป็นสัญญาณเตือนโรค

1. กลิ่นคล้ายผลไม้เน่าหรือแอปเปิลหมัก เสี่ยงโรคเบาหวานรุนแรง กลิ่นลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับผู้ป่วย โรคเบาหวาน ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีเป็นเวลานาน เมื่อร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลเป็นพลังงานได้เพียงพอ ร่างกายจะหันไปเผาผลาญไขมันและโปรตีนแทน

กระบวนการดังกล่าวจะทำให้เกิดสารคีโตน (Ketone) ซึ่งอาจทำให้ลมหายใจหรือกลิ่นตัวมีกลิ่นคล้ายผลไม้หมักหรือแอปเปิลเน่า ในทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะคีโตแอซิโดซิสจากเบาหวาน ซึ่งถือเป็นภาวะที่ค่อนข้างอันตรายและควรพบแพทย์ทันที

2. กลิ่นเปรี้ยวเหม็น อาจเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินอาหาร กลิ่นเปรี้ยวหรือกลิ่นหมักบูด มักเกี่ยวข้องกับปัญหาในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่มีระบบย่อยอาหารทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ เมื่อการย่อยอาหารผิดปกติ อาหารอาจค้างอยู่ในกระเพาะอาหารหรือเกิดภาวะกรดไหลย้อน ทำให้อาหารเกิดการหมักและส่งกลิ่นเปรี้ยวออกมาทางลมหายใจหรือร่างกาย

ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ระบบย่อยอาหารอ่อนแอ การดูแลสุขภาพลำไส้ รวมถึงการรับประทานอาหารที่ช่วยย่อย อาจช่วยลดปัญหานี้ได้

3. กลิ่นแอมโมเนีย อาจเป็นสัญญาณเตือนไตทำงานผิดปกติ ผู้ที่มีโรคไตหรือภาวะไตเสื่อม อาจมีกลิ่นตัวคล้าย แอมโมเนีย ซึ่งเกิดจากของเสียในร่างกายที่ไม่สามารถขับออกทางปัสสาวะได้ตามปกติ

เมื่อของเสียสะสมในเลือดมากขึ้น สารบางชนิดจะถูกขับออกผ่านผิวหนังและเหงื่อ ทำให้เกิดกลิ่นลักษณะคล้ายแอมโมเนีย หากพบว่ากลิ่นลักษณะนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของไต

4. กลิ่นเน่าเหม็นผิดปกติ อาจเกี่ยวกับโรคทางนรีเวช ผู้หญิงบางราย โดยเฉพาะในวัยสูงอายุ อาจมีกลิ่นผิดปกติคล้ายกลิ่นเน่า ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาโรคทางนรีเวช เช่น การติดเชื้อในช่องคลอดหรือการอักเสบเรื้อรัง

หากมีกลิ่นผิดปกติร่วมกับอาการอื่น เช่น คัน ระคายเคือง หรือมีตกขาวผิดปกติ ควรรีบเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง

หลายคนเมื่อเข้าสู่วัย 40 ปีขึ้นไป อาจเริ่มรู้สึกว่าร่างกายมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งมักถูกเรียกว่า “กลิ่นคนแก่” เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ไขมันใต้ผิวหนังจะเกิดการเปลี่ยนแปลง กรดไขมันบางชนิดจะถูกออกซิไดซ์จนเกิดสารที่ชื่อว่า 2-Nonenal ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวของผู้สูงวัย

สารชนิดนี้สามารถสะสมในร่างกายและถูกขับออกทางผิวหนัง หากอยู่ในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่ดี กลิ่นจะยิ่งชัดเจนมากขึ้น

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News