วันที่ 8 พ.ย. 69 ทาง นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือหมอเจด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ในเพจ หมอเจดว่า 5 โรคอันตรายที่มักมาตอนกลางคืน อาการแบบไหนเสี่ยงหลับแล้วไม่ตื่น กลางคืนเป็นเวลาที่ร่างกายควรได้พัก แต่บางโรคกลับแสดงอาการตอนเราหลับครับ บางคนสะดุ้งตื่นเพราะหายใจไม่ออก บางคนเหงื่อแตก ใจสั่น แน่นหน้าอก ส่วนบางคนเกิดความผิดปกติขึ้นโดยที่ตัวเองไม่รู้สึกตัวเลย

ผมไม่ได้บอกให้นอนด้วยความกลัวนะครับ แต่อยากให้รู้จัก 5 ภาวะสำคัญ ที่ถ้าเกิดตอนกลางคืนไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะบางอย่างอันตรายถึงชีวิตได้

1.แน่นหน้าอกกลางดึก เหงื่อแตก-ระวังกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

บางคนหลับอยู่ดี ๆ ก็สะดุ้งตื่น เพราะรู้สึกแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรมาทับ บางคนปวดร้าวไปแขน หลัง หรือกราม ร่วมกับเหงื่อแตก คลื่นไส้ หายใจไม่อิ่ม

อาการแบบนี้ต้องระวังหัวใจขาดเลือดครับ เพราะคราบไขมันในหลอดเลือดหัวใจ อาจเกิดการแตกและมีลิ่มเลือดอุดตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โดยเฉพาะคนที่เป็นเบาหวาน ผู้สูงอายุ หรือมีโรคหัวใจอยู่แล้ว

บางครั้งอาจไม่ได้เจ็บหน้าอกชัดเจน แต่กลับมีอาการเหนื่อย หอบ หรือเหงื่อแตก ถ้าแน่นหน้าอกผิดปกติร่วมกับอาการเหล่านี้ อย่าคิดว่าเป็นกรดไหลย้อนแล้วนอนต่อครับ ให้โทร 1669 ทันที ไม่ควรขับรถไปเอง

2.ใจสั่นแรงจนตื่น หน้ามืด-ระวังหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดอันตราย

หัวใจเต้นผิดจังหวะมีหลายชนิดครับ บางชนิดไม่อันตรายมาก แต่บางชนิดทำให้หัวใจสูบฉีดเลือด ไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่าง ๆ ไม่เพียงพอ ที่ผมเป็นห่วงคือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
จากห้องล่างบางชนิด เพราะอาจทำให้หมดสติ หรือเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้

อาการที่ต้องระวังคือใจสั่นรุนแรง ร่วมกับหน้ามืด เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือเป็นลม
ถ้าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นตอนกลางคืน ไม่ควรรอให้หายเองครับ ส่วนคนที่ใจสั่นเป็น ๆ หาย ๆ แม้ไม่มีอาการรุนแรง ก็ควรตรวจ ECG และบางรายอาจต้องติดเครื่องบันทึกหัวใจ เพื่อหาว่าเป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดไหน

3.กรนดังแล้วเงียบไป ก่อนสะดุ้งเฮือก-ระวังหยุดหายใจขณะหลับ

ข้อนี้หลายบ้านอาจเคยเห็นครับ คนข้าง ๆ กรนดังมาก จู่ ๆ เสียงกรนก็เงียบไปพักหนึ่ง แล้วกลับมาหายใจเฮือกหรือกรนดังอีกครั้ง

นี่อาจเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ หรือ OSA เวลาทางเดินหายใจอุดกั้นซ้ำ ๆ ระดับออกซิเจนอาจลดลงเป็นช่วง ๆ หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น และความดันอาจสูงขึ้นระหว่างหลับ

ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแล ภาวะนี้สัมพันธ์กับความเสี่ยง โรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้นครับ โดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักเกิน กรนดัง ง่วงมากตอนกลางวัน หรือตื่นเช้ามาปวดหัวบ่อย ๆ ผมอยากให้ปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจการนอน

เพราะบางคนจำเป็นต้องใช้เครื่อง CPAP เพื่อช่วยเปิดทางเดินหายใจขณะหลับ แต่ไม่ใช่ว่าคนกรนทุกคนจะหยุดหายใจ หรือมีความเสี่ยงเสียชีวิตตอนหลับเท่ากันนะครับ

4.เหงื่อออกมาก ฝันร้าย สับสนตอนตื่น-ระวังน้ำตาลต่ำขณะหลับ

เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับคนเป็นเบาหวาน โดยเฉพาะคนที่ฉีดอินซูลิน หรือใช้ยาบางชนิดที่ทำให้น้ำตาลต่ำได้ครับ บางคนกินมื้อเย็นน้อยกว่าปกติ ออกกำลังกายหนักช่วงเย็น แต่ยังใช้ยาลดน้ำตาลตามเดิม ทำให้ระดับน้ำตาลลดลงระหว่างหลับได้

อาการที่อาจสังเกตคือเหงื่อชุ่มตัว ฝันร้าย กระสับกระส่าย หรือเช้าขึ้นมาอ่อนเพลีย สับสนผิดปกติ ถ้าน้ำตาลต่ำรุนแรงมาก อาจทำให้ชักหรือหมดสติได้ครับ ถ้าตรวจน้ำตาลได้ต่ำกว่า 70 mg/dL และยังรู้สึกตัวดี กลืนได้ตามปกติ ให้รับน้ำตาลออกฤทธิ์เร็วประมาณ 15 กรัม แล้วตรวจซ้ำหลัง 15 นาที

หากยังต่ำให้ทำซ้ำตามหลัก 15–15 แต่ถ้าหมดสติหรือกลืนไม่ได้ ห้ามป้อนน้ำหวานเด็ดขาด ให้โทร 1669 และใช้กลูคากอนฉุกเฉิน หากมีและผู้ช่วยรู้วิธีใช้ครับ คนที่น้ำตาลตกกลางคืนบ่อย ควรทบทวนยากับแพทย์ และอาจพิจารณาใช้เครื่อง CGM ที่มีระบบเตือนเมื่อน้ำตาลลดลง

5.เข้านอนปกติ แต่ตื่นมาหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง-ระวัง Stroke

บางคนก่อนนอนยังพูดคุยปกติ แต่พอตื่นเช้ากลับพูดไม่ชัด แขนขาข้างหนึ่งไม่มีแรง
หรือเดินแล้วเสียการทรงตัว อาการแบบนี้อาจเป็น Stroke ที่เกิดขึ้นระหว่างหลับครับ Stroke เกิดได้ทั้งจากหลอดเลือดสมองอุดตัน และหลอดเลือดสมองแตก ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทั้งคู่

สิ่งที่ผมอยากให้จำคือ ไม่จำเป็นต้องปวดหัวรุนแรงเสมอไป บางคนมีเพียงหน้าเบี้ยว พูดผิดปกติ หรือแขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน ถ้าตื่นมาเจออาการแบบนี้ อย่ารอดูว่าจะกลับมาเป็นปกติไหมครับ ให้โทร 1669 ทันที และแจ้งเวลาครั้งสุดท้ายที่ยังปกติดี

เช่น ก่อนเข้านอนกี่โมง เพราะมีผลต่อการเลือกวิธีรักษา แม้อาการจะหายไปเอง ก็ยังต้องรีบตรวจหาสาเหตุครับ

แล้วอาการแบบไหนต้องปลุกคนในบ้านและโทร 1669 ทันที ผมอยากให้จำ 5 สัญญาณนี้ครับ

-แน่นหน้าอกผิดปกติ เหงื่อแตก หอบ หรือปวดร้าวไปแขนและกราม
-ใจสั่นรุนแรงร่วมกับหน้ามืด เป็นลม หรือเจ็บหน้าอก
-หายใจลำบากมาก ปลุกไม่ตื่น หรือหมดสติ
-ชักหรือหมดสติจากภาวะน้ำตาลต่ำที่สงสัย
-หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือเดินเซอย่างฉับพลัน

ถ้าพบคนหมดสติและไม่หายใจตามปกติ ให้โทร 1669 เริ่มทำ CPR ตามคำแนะนำ และใช้เครื่อง AED หากมีอยู่ใกล้เคียงครับ

ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพทุกอย่าง หรือซื้อเครื่องวัดหลายชนิดมาใช้ทุกคนนะครับ แต่ผมอยากให้คนที่มีความเสี่ยงดูแล 4 เรื่องนี้

-คนเป็นโรคหัวใจหรือมีใจสั่นบ่อย ควรตรวจและรักษาตามนัด ไม่หยุดยาเอง
-คนกรนดังและมีคนสังเกตว่าหยุดหายใจ ควรตรวจการนอนหลับ ไม่ปล่อยให้กรนรุนแรงต่อเนื่อง
-คนเป็นเบาหวานที่เสี่ยงน้ำตาลต่ำ ควรตรวจน้ำตาลก่อนนอนตามแผนรักษา และระวังการข้ามมื้ออาหาร
-คนที่มีความดันสูง ไขมันสูง หรือสูบบุหรี่ ควรดูแลปัจจัยเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพราะโรคหลอดเลือดไม่ได้รอให้เราตื่นก่อนถึงจะเกิดครับ.

การนอนหลับไม่ใช่เรื่องอันตราย และคนส่วนใหญ่ไม่ได้มีความเสี่ยง จะหลับแล้วไม่ตื่นเพียงเพราะกรน ใจสั่นเป็นครั้งคราว หรือฝันร้าย แต่ถ้ามีอาการผิดปกติที่รุนแรง โดยเฉพาะแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หมดสติ หรือมีอาการคล้าย Stroke

อย่าคิดว่านอนพักอีกหน่อยคงดีขึ้น บางครั้งสิ่งที่ช่วยชีวิตได้ ไม่ใช่อาหารเสริมหรือเครื่องตรวจราคาแพง แต่คือการรู้ว่าอาการไหนต้องรีบขอความช่วยเหลือ และรักษาโรคประจำตัวให้เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ครับ