วันที่ 2 พ.ย. 69 ทาง นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือหมอเจด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ในเพจ หมอเจดว่า ปวดหลังขึ้นมาเมื่อไหร่ หลายคนคิดถึงการนวดก่อนเลยครับ บางคนให้ลูกหลานเหยียบหลัง บางคนไปนวดแผนไทย แล้วบอกหมอนวดว่าเอาแรง ๆ เลย เผื่อเส้นที่ตึงอยู่มันจะคลาย แต่เคยสงสัยไหมครับว่า ถ้าสิ่งที่กำลังปวดอยู่ไม่ใช่กล้ามเนื้อล่ะ? เพราะอาการปวดหลังบางแบบ อาจเกี่ยวกับเส้นประสาท กระดูก หรือโรคที่ต้องได้รับการรักษาโดยตรง ผมเลยอยากชวนเช็ก 4 อาการ ที่ควรหยุดคิดเรื่องนวดไว้ก่อน แล้วไปหาสาเหตุให้ชัดเจนครับ
1. ปวดหลังร้าวลงขา มีชาหรือขาอ่อนแรง — ระวังเส้นประสาทถูกกดทับ! บางคนเริ่มจากปวดเอว แล้วปวดร้าวลงสะโพก ต้นขา หรือร้าวยาวไปจนถึงปลายเท้า บางครั้งมีอาการเหมือนไฟช็อต เข็มทิ่ม หรือชาร่วมด้วย อาการแบบนี้อาจเกี่ยวข้องกับ หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท หรือความผิดปกติของเส้นประสาทบริเวณเอวครับ โดยเฉพาะถ้าเริ่มมีขาอ่อนแรง เดินแล้วสะดุดบ่อย หรือยกปลายเท้าไม่ขึ้น ผมอยากให้รีบไปตรวจครับ เพราะอาจมีเส้นประสาทถูกกดทับ จนเริ่มกระทบการทำงานของกล้ามเนื้อ ช่วงนี้อย่าเพิ่งให้ใครมาดัดหลัง หรือกดนวดแรง ๆ บริเวณที่ปวด ควรตรวจให้รู้สาเหตุก่อนครับ
2. ปวดหลังร่วมกับชาบริเวณหว่างขา ปัสสาวะผิดปกติ — ต้องรีบไปโรงพยาบาล! ข้อนี้ผมอยากให้จำให้ขึ้นใจเลยครับ บางคนปวดหลังมาก แล้วเริ่มรู้สึกชาบริเวณหว่างขา อวัยวะเพศ หรือรอบทวารหนัก บางคนปัสสาวะไม่ออก ไม่รู้สึกเวลาปวดปัสสาวะ หรือเริ่มควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับ ภาวะเส้นประสาทส่วนปลายไขสันหลัง ถูกกดทับ หรือ Cauda Equina Syndrome เส้นประสาทบริเวณนี้เกี่ยวข้องกับ การทำงานของขา กระเพาะปัสสาวะ และการควบคุมการขับถ่ายครับ ถ้าถูกกดทับรุนแรงและรักษาล่าช้า อาจเกิดความเสียหายถาวรได้ ถ้ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นใหม่ ไม่ต้องนัดร้านนวด ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันทีครับ
3. ปวดหลังหลังล้ม หรือขยับนิดเดียวก็เจ็บรุนแรง — ระวังกระดูกสันหลังหัก! ข้อนี้อยากให้คนอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะคนที่มีภาวะกระดูกพรุน ระวังกันเป็นพิเศษครับ บางคนล้มก้นกระแทกพื้น แล้วปวดหลังมากจนลุกนั่งลำบาก บางคนแค่ก้มตัวหรือยกของ ก็เกิดอาการปวดหลังรุนแรงขึ้นมาทันที เพราะเมื่อกระดูกเริ่มเปราะ แรงกระแทกที่ไม่มากนัก ก็อาจทำให้กระดูกสันหลังยุบหรือหักได้ ยิ่งถ้าเจ็บมากบริเวณกลางแนวกระดูกสันหลัง กดแล้วเจ็บชัด หรือเดินขยับลำบาก ก็ควรได้รับการตรวจครับ ผมอยากเตือนไว้เลยว่า ถ้าสงสัยกระดูกหัก อย่าให้ใครเหยียบหลัง ดัดกระดูก หรือกดนวดแรง ๆ เด็ดขาด เพราะตอนนั้นสิ่งสำคัญคือ การประเมินว่ากระดูกบาดเจ็บหรือไม่ ไม่ใช่พยายามนวดให้หายปวดครับ
4. ปวดหลังตลอดเวลา ปวดกลางคืน ร่วมกับไข้หรือน้ำหนักลด — อาจมีโรคอื่นซ่อนอยู่! บางคนไม่ได้ยกของหนัก ไม่ได้ออกกำลังกายผิดท่า แต่กลับปวดหลังมากขึ้นเรื่อย ๆ นอนพักก็ไม่ค่อยดีขึ้น บางคืนปวดจนสะดุ้งตื่น โดยเฉพาะถ้ามีไข้ หนาวสั่น น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือเคยมีประวัติเป็นมะเร็งมาก่อน อาการแบบนี้ควรตรวจหาสาเหตุครับ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับ การติดเชื้อบริเวณกระดูกสันหลัง หรือโรคมะเร็งที่กระทบกระดูกสันหลังได้ ผมไม่ได้อยากให้ใครปวดกลางคืนครั้งเดียว แล้วคิดว่าตัวเองเป็นมะเร็งนะครับ แต่ถ้าปวดมากขึ้นต่อเนื่อง และมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะถ้ามีไข้ร่วมกับปวดหลังรุนแรง หรือเริ่มมีอาการทางเส้นประสาท ยิ่งต้องได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วนครับ
แล้วถ้าเป็นปวดหลังจากกล้ามเนื้อธรรมดา ดูแลตัวเองยังไง?
ถ้าปวดหลังหลังจากนั่งนาน ยกของผิดท่า หรือใช้งานกล้ามเนื้อหนัก และไม่มีสัญญาณอันตรายที่เล่ามา เราสามารถเริ่มดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ครับ
• ขยับร่างกายเบา ๆ — ลองเดินหรือทำกิจกรรมที่ยังไหว เพราะการนอนติดเตียงนาน ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและฟื้นตัวช้าลง • ประคบอุ่น — ใช้ผ้าหรือถุงประคบอุ่นที่ไม่ร้อนเกินไป เพื่อช่วยบรรเทาอาการตึงและเกร็งของกล้ามเนื้อหลัง
• พักจากการยกของหนักชั่วคราว — โดยเฉพาะท่าก้มยกของพร้อมบิดเอว เพราะอาจกระตุ้นอาการปวดมากขึ้น
• ยืดเหยียดอย่างนุ่มนวล — ค่อย ๆ เคลื่อนไหวในช่วงที่ไม่เจ็บ แล้วเพิ่มการฝึกกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องเมื่ออาการเริ่มดีขึ้น
• นวดได้เมื่อเหมาะสม — การนวดเบา ๆ อาจช่วยบรรเทาอาการปวดจากกล้ามเนื้อในบางคน ควรทำควบคู่กับการเคลื่อนไหวและออกกำลังกายที่เหมาะสม ไม่เน้นกดหรือดัดแรง ๆ ครับ ถ้าดูแลแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ปวดมากขึ้น หรือเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน ผมแนะนำให้พบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อประเมินสาเหตุเพิ่มเติมครับ
สรุป ปวดหลังเหมือนกัน ไม่ได้แปลว่าต้องนวดเหมือนกันทุกคนครับ บางคนปวดจากกล้ามเนื้อ ขยับตัวและดูแลอย่างเหมาะสมก็เริ่มดีขึ้น แต่บางคนปวดเพราะเส้นประสาท กระดูก หรือโรคอื่นที่ซ่อนอยู่ ผมอยากให้สังเกตอาการร่วมให้เป็น ก่อนตัดสินใจให้ใครมานวดหรือดัดหลัง เพราะบางครั้งสิ่งที่หลังต้องการ อาจไม่ใช่แรงกดที่มากขึ้น แต่เป็นการตรวจให้รู้สาเหตุที่แท้จริงครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ