วันที่ 20 ต.ค. 69 ทาง นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือหมอเจด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ในเพจ หมอเจดว่า ไขมันสูงมาหลายปีแต่ไม่เคยเจ็บหน้าอก ไม่เคยปวดหัวเดินเหินก็ปกติ เลยคิดว่าไม่น่าห่วงแต่ผมอยากเตือนเรื่องหนึ่งครับไขมันไม่ได้สะสมแค่หลอดเลือดหัวใจ
แต่สะสมในหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองได้ด้วย! โดยเฉพาะคนที่มี LDL สูงเรื้อรังอาจเกิดคราบไขมันตามผนังหลอดเลือด จนหลอดเลือดตีบ หรือเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ที่น่าห่วงคือบางคนไม่มีอาการเลย จนกระทั่งเลือดไปเลี้ยงสมองสะดุดครับ
ถ้าเริ่มมี 6 อาการต่อไปนี้ อย่าคิดว่าแค่พักผ่อนน้อยแล้วจะหายเอง เพราะบางอาการอาจเป็นสัญญาณ ของสมองที่กำลังขาดเลือดครับ
1. แขนขาชา หรืออ่อนแรงข้างเดียวขึ้นมาทันที
อยู่ดี ๆ ถือแก้วน้ำแล้วทำหล่น ยกแขนสองข้าง แต่ข้างหนึ่งกลับตก หรือขาข้างหนึ่งไม่มีแรงจนเดินลำบาก
อาการแบบนี้อาจเกิดจากเลือด ไปเลี้ยงสมองส่วนควบคุมแขนขาไม่เพียงพอ โดยเฉพาะถ้าเกิดขึ้นฉับพลัน อย่ารอดูว่าเดี๋ยวจะหายเองครับ
2. พูดไม่ชัด พูดผิดคำ ทั้งที่เมื่อกี้ยังปกติ
กำลังคุยกันอยู่ดี ๆ กลับพูดเหมือนลิ้นแข็ง พูดไม่เป็นคำ บางคนพูดได้ แต่เรียงคำผิด หรือฟังคนอื่นพูดแล้วไม่เข้าใจ นี่อาจเป็นสัญญาณว่าสมองส่วนที่ใช้ภาษา กำลังได้รับเลือดไม่เพียงพอครับ
3. มองไม่เห็นข้างเดียวชั่วคราว เหมือนมีม่านดำบังตา ข้อนี้ผมอยากให้จำไว้เลยครับ บางคนอยู่ดี ๆ มองไม่เห็นตาข้างหนึ่ง เหมือนมีม่านดำเลื่อนลงมาบัง แล้วไม่กี่นาทีภาพก็กลับมาปกติ อาจเกิดจากลิ่มเลือดหรือเศษคราบ จากหลอดเลือดที่คอ หลุดไปอุดหลอดเลือดจอประสาทตา ถึงกลับมามองเห็นชัดแล้ว ก็ยังต้องรีบไปโรงพยาบาลครับ
4. หน้าเบี้ยว มุมปากตก ยิ้มแล้วไม่เท่ากัน
ลองนึกภาพว่ากำลังพูดคุยตามปกติ แต่อยู่ ๆ มุมปากข้างหนึ่งตกลง ยิ้มแล้วใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน อาจเป็นสัญญาณว่าสมองส่วนที่ควบคุม กล้ามเนื้อใบหน้ากำลังมีปัญหา โดยเฉพาะถ้าเกิดร่วมกับแขนอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด ต้องรีบช่วยเหลือครับ
5. เดินเซ เสียการทรงตัวอย่างเฉียบพลัน
บางคนอยู่ดี ๆ ก็เดินโซเซ เหมือนคนเมา ทั้งที่ไม่ได้ดื่มอะไร ยืนไม่มั่นคง เดินตรงไม่ได้ หรือเวียนศีรษะรุนแรงร่วมกับมองเห็นซ้อน
อาจเกี่ยวข้องกับการขาดเลือด ในสมองส่วนที่ควบคุมการทรงตัว ไม่ใช่เวียนหัวทุกครั้งจะเป็นโรคสมอง แต่ ถ้าเกิดทันทีและเดินทรงตัวไม่ได้ ต้องรีบประเมินครับ
6. อาการเป็นแค่ไม่กี่นาทีแล้วหาย อย่าคิดว่าปลอดภัย!
บางคนแขนอ่อนแรงเพียง 5 นาที บางคนพูดไม่ชัดแล้วกลับมาพูดปกติ หรือมองไม่เห็นชั่วคราวก่อนกลับมาชัดอีกครั้ง อาการแบบนี้อาจเป็น TIA หรือภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมอง หรือจอประสาทตาสะดุดชั่วขณะ อาการหาย ไม่ได้แปลว่าหลอดเลือดปลอดภัย! เพราะ TIA อาจเป็นสัญญาณเตือน ก่อนเกิดโรคหลอดเลือดสมองตามมาได้ครับ
ถ้าเกิดอาการเหล่านี้ ต้องทำอย่างไร?
ผมอยากให้จำ 4 เรื่องครับ
• โทร 1669 ทันที หากมีอาการสงสัยสมองขาดเลือด แม้เกิดเพียงข้อเดียว
• จำเวลาที่เริ่มมีอาการ หรือเวลาสุดท้ายที่ยังเป็นปกติ เพราะสำคัญต่อการรักษา
• อย่ารอให้อาการหายเอง แม้กลับมาปกติแล้วก็ต้องประเมินฉุกเฉิน
• อย่ากินแอสไพรินเพิ่มเอง เพราะต้องตรวจแยกสาเหตุ รวมถึงภาวะเลือดออกในสมองก่อน
แล้วจะลดความเสี่ยงไขมันอุดตันหลอดเลือดสมองได้อย่างไร?
• คุม LDL ให้ถึงเป้า โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสูง เป้าหมายอาจต้องต่ำกว่า 70 หรือ 55 mg/dL ตามแพทย์ประเมิน
• คุมความดันและเบาหวาน เพราะทั้งสองอย่างเพิ่มความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะเสียหาย
• ลดไขมันอิ่มตัว เพิ่มผักและใยอาหาร เลือกปลา ถั่ว และไขมันไม่อิ่มตัวแทนเนื้อสัตว์ติดมันบ่อย ๆ
• เลิกบุหรี่และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพหลอดเลือดในระยะยาว
• กินยาลดไขมันตามแผน หากแพทย์สั่ง ไม่หยุดยาเองเพียงเพราะผลเลือดดีขึ้น
สุดท้ายผมอยากให้จำไว้ครับ
ไขมันสูงอาจไม่มีอาการอะไรเลย
จนกระทั่งหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง
เกิดการตีบหรืออุดตันขึ้นมา
และไม่ใช่ว่าคราบไขมันจะต้องทำให้เกิด
อาการเตือนครบทั้ง 6 ข้อก่อนนะครับ
บางคนมีอาการเพียงอย่างเดียว
บางคนเกิดสมองขาดเลือดทันที
โดยไม่เคยมีสัญญาณล่วงหน้า
ผมจึงอยากให้ดูแล LDL ความดัน
และน้ำตาลตั้งแต่ยังไม่มีอาการ
แต่ถ้าวันไหนเกิดหน้าเบี้ยว
แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด
หรือมองเห็นผิดปกติอย่างฉับพลัน
อย่าเสียเวลารอดูอาการครับ
เพราะยิ่งสมองขาดเลือดนาน
โอกาสเกิดความเสียหายก็ยิ่งมากขึ้น
รู้ทันเร็ว ไปโรงพยาบาลเร็ว
ก็เพิ่มโอกาสได้รับการรักษาที่เหมาะสมได้เร็วครับ
