สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท แอปเปิล (Apple) เริ่มส่งการแจ้งเตือนภัยคุกคามระดับสูงไปยังผู้ใช้งานไอโฟนใน 110 ประเทศทั่วโลก โดยระบุว่าผู้ใช้อาจตกเป็นเป้าหมายของสปายแวร์รับจ้าง (Mercenary Spyware) ที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างซับซ้อนโดยกลุ่มรับจ้าง แม้ทางบริษัทจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับภัยคุกคามหรือระบุตัวตนของผู้โจมตี แต่ได้เร่งออกคำแนะนำให้ผู้ใช้ดำเนินการปกป้องอุปกรณ์โดยด่วน
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกรายงานครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม โดย คอสติน ราจู นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งระบุว่าเป็นคนละระลอกกับการแจ้งเตือนเมื่อเดือนสิงหาคม ต่อมาในวันที่ 31 ตุลาคม แอปเปิลได้ยืนยันการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยคุกคามที่มีความน่าเชื่อถือสูงไปยังกลุ่มผู้ใช้งานที่ตกเป็นเป้าหมาย ซึ่งโดยทั่วไปมักเป็นนักข่าว นักสร้างภาพยนตร์สารคดี นักกิจกรรม นักการเมือง และนักการทูต
แอปเปิลระบุว่า การโจมตีลักษณะนี้ไม่ใช่การหลอกลวงแบบฟิชชิง (phishing) ในวงกว้าง แต่เป็นการโจมตีแบบมุ่งเป้าเฉพาะบุคคล โดยใช้เทคนิคที่เหยื่อไม่จำเป็นต้องกดลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์ใดๆ (Zero-click attack) หากการเจาะระบบประสบความสำเร็จ ผู้โจมตีจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกในอุปกรณ์ได้ทั้งหมด ทั้งบันทึกการโทร ข้อความ รายชื่อผู้ติดต่อ ตำแหน่งที่ตั้ง และไฟล์สื่อต่างๆ ทั้งนี้ แอปเปิลชี้ว่าการโจมตีด้วยสปายแวร์รับจ้างมีต้นทุนสูงถึงหลายล้านดอลลาร์ และต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีเพียงกลุ่มปฏิบัติการที่มีเงินทุนมหาศาลเท่านั้นที่สามารถทำได้
เพื่อความปลอดภัย แอปเปิลแนะนำให้ผู้ใช้ที่อาจตกเป็นเป้าหมายเปิดใช้งาน 'โหมดล็อกดาวน์' (Lockdown Mode) โดยเข้าไปที่ การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย บนไอโฟนรุ่นที่รองรับ เพื่อจำกัดการทำงานของฟีเจอร์ที่อาจถูกใช้เป็นช่องโหว่ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ใช้งานอัปเดตระบบปฏิบัติการเป็นเวอร์ชันล่าสุดอย่างสม่ำเสมอเพื่อรับแพตช์ความปลอดภัยทันที
ส่วนในประเทศไทย ทาง Thairath รายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2026 ว่าได้รับข้อความแจ้งเตือนจาก Apple เช่นกันว่า iPhone ส่วนตัวตกเป็นเป้าหมายของสปายแวร์กลุ่ม Pegasus จากบทบาทหน้าที่การทำงาน แม้การตรวจเช็กเบื้องต้นยังไม่พบร่องรอยการเจาะระบบสำเร็จก็ตาม
สำหรับผู้ใช้งานที่ได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยคุกคาม ทาง Apple แนะนำให้ปฏิบัติตามคำเตือนอย่างจริงจัง ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย และเปิดใช้งานฟีเจอร์ Lockdown Mode ทันทีเพื่อป้องกันการเข้าถึงอุปกรณ์
