โรคออทิสติก (Autism Spectrum Disorder – ASD) เป็นภาวะความบกพร่องทางระบบประสาทตั้งแต่เกิดที่มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการเข้าสังคม การสื่อสาร และพฤติกรรม โดยผู้ใหญ่มักพยายามปกปิดอาการเพื่อให้กลมกลืนกับสังคม เรียกว่า "Masking" จนทำให้เพิ่งมาตรวจพบในช่วงผู้ใหญ่
สำหรับสัญญาณเตือนของภาวะออทิสติกในผู้ใหญ่ สามารถสังเกตได้จาก 2 ด้านหลัก ได้แก่:
1. ด้านการสื่อสารและเข้าสังคม: ไม่เข้าใจอารมณ์ สีหน้า ท่าทาง การไม่สบตา พูดจาโผงผางตรงไปตรงมา ไม่เข้าใจคำพูดเล่นหรือกฎเกณฑ์สังคม เช่น การแซงคิว และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ จนอาจเกิดภาวะ Meltdown (ระเบิดอารมณ์) หรือ Shutdown (เงียบและปลีกตัวออกไป) เมื่อถูกกระตุ้นเกินรับไหว
2. ด้านพฤติกรรมซ้ำ ๆ (Motor mannerisms): มีการสะบัดมือ หมุนนิ้ว หรือเคลื่อนไหวร่างกายซับซ้อน มีตารางเวลาเข้มงวด หงุดหงิดหากมีการเปลี่ยนแปลง สนใจหมกมุ่นเฉพาะเรื่อง และมีการตอบสนองต่อประสาทสัมผัสผิดปกติ เช่น ไวต่อเสียงหรือการสัมผัสมากเกินไป (Hyper-reactive) หรือเฉื่อยเกินไป (Hypo-reactive)
ภาวะดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวอย่างมาก เนื่องจากต้องคอยคิดวิธีรับมือพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ การคอยรองรับอารมณ์จนผู้ดูแลเกิดความเครียด อดหลับอดนอน เสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายในการบำบัดที่สูงและใช้เวลานาน
ทั้งนี้ โรคออทิสติกในผู้ใหญ่อาจเกิดร่วมกับโรควิตกกังวลหรือโรคลมชักได้ แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่สามารถบำบัดได้ด้วยการปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT) การปรับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ และการฝึกทักษะการสื่อสารเพื่อช่วยให้ใช้ชีวิตในสังคมได้ดีขึ้น
ที่มา : pichayaninclinic