ต้นหอม เป็นผักที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารทั้งแบบกินสดและปรุงสุก สามารถรับประทานได้ทั้งส่วนใบสีเขียวและโคนสีขาว นำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งต้ม โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว และไข่เจียว โดยปริมาณสารอาหารที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับชนิด ปริมาณที่รับประทาน และวิธีปรุงอาหาร

เปิด 5 ประโยชน์สำคัญของต้นหอมต่อสุขภาพ ได้แก่

1. สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน: ต้นหอมมีวิตามินซีที่มีส่วนช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานตามปกติ มีบทบาทในการสร้างคอลลาเจน และช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การกินต้นหอมไม่ได้ช่วยป้องกันหรือรักษาโรคโดยตรง

2. ให้วิตามินเคที่จำเป็น: วิตามินเคมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการแข็งตัวของเลือดและสุขภาพกระดูก ทั้งนี้ ผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) ควรรักษาปริมาณการกินอาหารที่มีวิตามินเคให้สม่ำเสมอและควรปรึกษาแพทย์

3. มีใยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย: ใยอาหารในต้นหอมช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบทางเดินอาหารและการขับถ่าย โดยควรกินร่วมกับผักและผลไม้อื่น ๆ เพื่อให้ได้รับใยอาหารอย่างเพียงพอ

4. สารต้านอนุมูลอิสระ: มีสารพฤกษเคมี กลุ่มฟลาโวนอยด์และแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลายและสมดุล

5. เพิ่มรสชาติอาหาร ลดเครื่องปรุง: มีกลิ่นหอมและรสชาติเฉพาะตัว ช่วยเพิ่มความน่ากินให้กับอาหารได้โดยไม่ต้องเติมเครื่องปรุงเพิ่ม หากนำไปใส่ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ควรเพิ่มผักและเนื้อสัตว์ไม่ติดมันเพื่อความหลากหลาย และระวังปริมาณโซเดียมจากเครื่องปรุง

กลุ่มคนที่ไม่ควรกินต้นหอม หรือควรระมัดระวังในการรับประทานเป็นพิเศษ ได้แก่:

-ผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟาริน (Warfarin) หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด: ต้นหอมมีปริมาณวิตามินเคสูง ซึ่งอาจมีผลต่อประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของยาในการต้านการแข็งตัวของเลือด

-ผู้ที่มีภาวะลำไส้แปรปรวน (IBS): โดยเฉพาะบริเวณส่วนหัวสีขาวของต้นหอม มีสารกลุ่ม Fructans ที่อาจไปกระตุ้นให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง หรือปวดท้องในกลุ่มผู้ป่วย IBS ได้

-ผู้ที่มีอาการแพ้ต้นหอม หรือพืชในสกุล Allium: เช่น กระเทียม หอมหัวใหญ่ หรือกุยช่าย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นคัน หรือระบบทางเดินอาหารผิดปกติ 

-ผู้ที่มีปัญหาแสบร้อนกลางอก (Heartburn) หรือโรคกรดไหลย้อน: การกินต้นหอมสดในปริมาณมาก อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอกหรือเสียดท้องได้