หมอแนะ อาหาร 4 อย่าง กินแล้วบรรเทาท้องผูก แถมป้องกันมะเร็งลำไส้อีก

หมอแนะ อาหาร 4 อย่าง กินแล้วบรรเทาท้องผูก แถมป้องกันมะเร็งลำไส้อีก

จากเว็บต่างประเทศ ได้เผยว่า นพ.การัน ราจัน(Dr. Karan Rajan) ศัลยแพทย์ทางเดินอาหารจากลอนดอน การทาน “กีวี” 1 ลูก อาจช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้เกือบจะทันที ในคลิปวิดีโอที่โพสต์ลง TikTok ซึ่งคุณหมอแชร์เคล็ดลับให้กับผู้ติดตาม 5.3 ล้านคนในช่องของเขา โดยพูดถึงอาหาร 4 อย่าง ที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าช่วยส่งเสริมสุขภาพลำไส้

รอันดับแรกในลิสต์คือ “กีวี” ซึ่งมีเส้นใยที่ละลายน้ำ (soluble fibre) ในปริมาณสูง เส้นใยชนิดนี้จะดูดน้ำเข้าไปและทำให้เกิดเจลในลำไส้ ช่วยให้กากอาหารนุ่มขึ้นและเพิ่มความถี่ในการขับถ่าย การบริโภคกีวีในปริมาณมาก จะให้ผลลัพธ์การบรรเทาท้องผูกได้เหมือนกับยาระบาย โดยไม่เกิดผลข้างเคียงตามมา ทั้งนี้ ยังมีอาหารที่มีเส้นใยละลายน้ำสูงอื่นๆ ได้แก่ มะเดื่อ, อะโวคาโด, เมล็ดแฟลกซ์ และ แอปเปิ้ล ก็สามารถรับประทานได้เช่นกัน

และในลิสต์ของคุณหมอราจันยังมี “กาแฟ” ซึ่งเขากล่าวว่าเป็นเครื่องดื่มที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่ลดลงในการเกิดโรคไขมันเกาะตับและโรคตับแข็ง นื่องจากกาแฟมีทั้งเส้นใยที่ละลายน้ำ และสารฟีนอล (polyphenols) ซึ่งช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียดีในลำไส้ ช่วยปรับการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้ช่วยลดอาการท้องผูกได้ ทั้งกาแฟสำเร็จรูปและกาแฟแบบไม่มีคาเฟอีนก็ให้ประโยชน์แบบเดียวกัน

อาหารต่อไปในลิสต์ของคุณหมอคือ “ถั่ว” ที่เขาพยายามทานทุกวัน เช่น อัลมอนด์, วอลนัท และพิสตาชิโอ การทานถั่วจะให้เส้นใยพรีไบโอติกหลากหลายชนิด ซึ่งช่วยส่งเสริมความหลากหลายของแบคทีเรียในลำไส้ การทานถั่วเป็นประจำ วันละประมาณ 20-30 กรัม ยังมีความเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงมะเร็ง เนื่องจากอาจช่วยลดการอักเสบในร่างกาย และเพิ่มความหลากหลายของแบคทีเรียที่ดีในลำไส้

สุดท้ายในลิสต์คุณหมอคือ “โยเกิร์ต” โดยเฉพาะประเภทที่มีแบคทีเรียที่มีชีวิต เช่น แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) และบิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) โยเกิร์ตช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ดีในลำไส้ และยังช่วยบรรเทาอาการของลำไส้แปรปรวนรวมถึงอาการท้องผูกด้วย

แม้ว่าการท้องผูกจะดูเหมือนไม่เป็นอันตราย แต่การท้องผูกบ่อยๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ได้ งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า ระบบทางเดินอาหารที่ช้าเรื้อรังอาจทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งทางเดินอาหารมากกว่าปกติถึง 1.5 เท่า สาเหตุอาจมาจากสารพิษที่สะสมในลำไส้เมื่อกากอาหารค้างอยู่ในร่างกายนานเกินไป ดังนั้น ยิ่งขับถ่ายออกบ่อยเท่าไร ก็ยิ่งดี

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ