พีระพันธุ์ พลิกโฉมประเทศ ทำสงครามคนชั่ว-ล้างบางสแกมเมอร์ ยันการเมืองของตนไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตัว
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทาง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ในรายการ "MCOT เจาะลึกศึกเลือกตั้ง 69" ถึงนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ สำหรับสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้
โดยนายพีระพันธุ์ กล่าวถึงการทุจริตคอร์รัปชัน โดยระบุว่า แม้ไทยพยายามแก้ปัญหานี้มานาน แต่กระบวนการสอบสวน พิจารณา บังคับคดียังล่าช้า โทษไม่สอดคล้องกับความเสียหาย รวมทั้งงบประมาณแผ่นดินที่เพิ่มขึ้นกว่า 3.8 ล้านล้านบาท ทำให้การทุจริตยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเหมือน "การปล้นเงินคนทั้งประเทศ" จึงเสนอเพิ่มโทษสูงสุดถึงขั้น "ประหารชีวิต" สำหรับคดีทุจริตร้ายแรง และต้องบังคับตามคำพิพากษาภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน ไม่ลดหย่อนผ่อนโทษ

นอกจากนี้ กระบวนการสอบสวนต้อง เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ หากผู้ใดร่วมกระทำหรือช่วยเหลือ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องรับโทษในความผิดเดียวกัน สำหรับผู้ที่ไม่ถึงขั้นประหาร นายพีระพันธุ์เสนอให้ขัง "คุกกลางทะเล" โดยนำแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ปลดระวางในอ่าวไทยมาปรับเป็นเรือนจำแยกคุมขังเพื่อตัดขาดการสั่งการ ลดอิทธิพล และสร้างความเกรงกลัวต่อกฎหมาย
เรื่องพลังงาน นายพีระพันธุ์ กล่าวว่าโครงสร้างราคาน้ำมัน ไม่สะท้อนต้นทุนจริง ทั้งที่ผลิตในประเทศได้ แต่กลับอ้างอิงราคาสิงคโปร์ จึงเสนอออกกฎหมายใหม่ใช้ระบบอ้างอิงตามต้นทุนจริงบวกกำไรที่เหมาะสม จะช่วยลดราคาลงได้ทันที 5-6 บาทต่อลิตร และอาจทำให้ราคาลงไปอยู่ที่ 25 บาทต่อลิตรได้ ขณะที่แก๊สหุงต้ม ปัจจุบันต้นทุนลดลงแต่ราคาขายยังสูงอยู่ จึงเสนอปรับระบบให้สอดคล้องต้นทุนจริง
ส่วนค่าไฟฟ้า นายพีระพันธุ์ ย้ำผลงานสมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่า ไม่เคยขึ้นค่าไฟ ลดจาก 4.70 บาทต่อหน่วย เหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐ และลดหนี้ กฟผ. จาก 99,000 กว่าล้านบาท เหลือราว 42,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังระบุว่า โครงสร้างไฟฟ้าของไทยมีความซับซ้อนจากการมีการไฟฟ้า 3 หน่วยงาน และการซื้อไฟฟ้าจากเอกชนจำนวนมากเกินความจำเป็น รวมถึงสัญญาที่รัฐไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงจำเป็นต้องแก้กฎหมายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและปรับบทบาทหน่วยงานกำกับดูแลให้พ้นจากการครอบงำของกลุ่มทุน

เรื่องทุนเทาและสแกมเมอร์ นายพีระพันธุ์ระบุว่า ประเทศไทยขาดกฎหมายเฉพาะ ทำให้บทลงโทษเบา จึงเสนอ ตัดไฟ อินเทอร์เน็ตและสาธารณูปโภค ในพื้นที่ฐานที่ตั้งตามแนวชายแดนทันที พร้อมเอาผิดผู้สนับสนุนในโทษฐานเดียวกัน มั่นใจว่า 6 เดือนแรกสามารถออกกฎหมายจัดการได้สำเร็จ
สำหรับปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา นายพีระพันธุ์ ย้ำว่า MOU 43 และ 44 ไม่จำเป็นต่อไทย ต้องยกเลิกทันที และยืนยัน เกาะกูดเป็นของไทย 100% การพัฒนาร่วมในพื้นที่ของไทยยอมรับไม่ได้ และหากได้บริหารประเทศภายใน 100 วันแรก ประกาศ "พลิกโฉมประเทศทันที" ให้คนดีมีที่ยืน คนชั่วถูกจัดการเด็ดขาด ลดค่าครองชีพ แก้หนี้ครัวเรือน สร้างงาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ เกษตรกร พร้อมตั้ง ศาลที่ดิน ตัดสินข้อพิพาทที่ดินอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การเมืองของตน ไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตัว ทำเพื่อประเทศและประชาชนเท่านั้น พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือก พรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 เพื่อเปลี่ยนประเทศให้กลับมามีศักดิ์ศรี ความยุติธรรม และความสุขอีกครั้ง







