หมิว สิริลภัส เผยสาเหตุที่แท้จริง หลังพักเบรกงานการเมือง ไม่ลงสมัคร ส.ส. ต่อ พร้อมกลับสู่วงการบันเทิง
เรียกได้ว่า เป็นดารานักแสดงที่ผันตัวไปเล่นการเมือง อย่าง หมิว สิริลภัส กองตระการ ที่ทำงานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาชน มา เป็นระยะเวลากว่า 2 ปี และได้ออกมาประกาศขอหยุดเล่นการเมืองแล้ว ล่าสุด หมิว สิริลภัส ได้เปิดใจแล้ว ว่า
ปัญหาที่เข้ามาในชีวิต ทำให้หมิวไม่ลงสมัคร ส.ส. ต่อ?
ไม่ใช่ค่ะ คือหมิวมีปัญหาสุขภาพอยู่แล้วด้วย หมิวได้แจ้งเองว่าขอไม่ลงต่อ เพราะว่าหมิวมีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ พอเราเดินออกไปเจอฝุ่น หมิวเข้ารพ.กับเรื่องนี้บ่อยมาก แล้วอีกอย่างเราเป็นคนที่ค่อนข้างจริงจัง หลายคนอาจจะเห็นตอนหมิวเป็นนักแสดงหรือพิธีกร หมิวจะจริงจังมาก ไม่อยากให้มันมีอะไรที่ผิดพลาด เวลามาทำงานอีกบทบาทหนึ่งตอนสวมหมวกผู้แทนฯ เราก็เครียด เพราะอยากทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด เรามีประเด็นที่อยากจะผลักดันเรื่องสุขภาพจิต เราตั้งใจกับมันมาก มันเครียดหลายทาง เราก็รู้สึกว่าเราต้องเริ่มรักษาจิตใจเราก่อน แล้วพอมีเรื่องคุณแม่เข้ามา ตอนนี้เราต้องแบ่งตัวเองมาดูแลครอบครัวก่อน มาดูแลตัวเองก่อน ก่อนที่จะไปดูแลประชาชนหรือดูแลคนอื่นได้ ตอนนี้เราต้องเรียกพลังตัวเองกลับมาก่อน เราถือว่าช่วงนี้เป็นการพักแล้วก็ออกมาซ่อมแซมตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ

เรียกว่าโบกมือลางานการเมืองไปเลยใช่มั้ย?
หมิวยังเป็น Active Citizen อยู่ค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นหมวกส.ส. แล้วก็ตาม แต่ว่าเรายังมีประเด็นที่ตั้งใจอยากจะทำ คือเรื่องสุขภาพจิต เพราะอย่างในวงการบันเทิง หมิวเชื่อว่าหลายๆ คนเป็น หลายคนออกมาพูดเล่าประสบการณ์ให้ฟังแล้วว่าเคยประสบปัญหาที่ต้องไปพบจิตแพทย์ หรือว่าเครียดจนทำร้ายตัวเอง โดนความกดดันต่างๆ หมิวรู้สึกว่าประเด็นเรื่องนี้มันสำคัญ อยากให้สังคมได้เห็นว่าเราตั้งใจกับเรื่องนี้จริงๆ อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในหลายๆ ฝ่ายได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จริงๆ เพราะว่าหมิวพูดเรื่องนี้มาน่าจะตั้งแต่เกิน 6 ปีก่อนแล้ว ในการไปออกรายการแล้วบอกว่ายอมรับว่าตัวเองเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า แล้วหมิวก็รณรงค์ให้ทุกคนได้ออกมายอมรับตัวเองแล้วก็ไปเข้าสู่การช่วยเหลือการบำบัดจากแพทย์ให้ได้มากที่สุด

เส้นทางการเมืองเราปิดตายไปเลย หรือมีโอกาสวันข้างหน้าจะกลับไปอีก วางมือเลย 100 % มั้ย?
ตอนนี้หมิวก็ต้องบอกว่า หมิวขอพักเบรกก่อน เพราะว่าเราต้องทำงานหารายได้เข้ามาให้มากที่สุด ซึ่งหลายคนจะบอกว่า เงินเดือน ส.ส. มีตั้งแสนนึง เยอะจะตาย แต่เมื่อแลกกับการทำงาน เราต้องแบ่งไปให้ผู้ช่วยในการที่จะเพิ่มค่าเงินเดือนให้เขาแบ่งลงมาทำพื้นที่ จริงๆ เหลือเงินเก็บประมาณเดือนๆ นึงไม่ถึง 3 หมื่นบาท เราก็ต้องโอนให้แม่อีก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอีก เราก็รู้สึกว่าถ้ายังทำตรงนั้นอยู่ถามว่าเรามีพลังมั้ย มีพลังนะ แต่ตอนนี้ขอพักเบรกมาซ่อมร่างกาย ซ่อมจิตใจก่อน แล้วก็ใช้ความรู้ความสามารถที่เราเคยมี สกิลการเป็นพิธีกร การเป็นนักแสดง การพูดของเราแบบนี้ เรารู้สึกว่าเราทำได้ดี เพราะฉะนั้นก็พักเบรกจากตรงนี้ มาทำตรงนี้ก่อน ตอนนี้สิ่งที่หมิวโฟกัสคือ หมิวอยากมีงานเยอะๆ หมิวอยากมีรายได้เข้ามาเพื่อเอาไปเติมสิ่งที่มันหายไป

หมิวห่างจากวงการบันเทิงไปกี่ปี? หมิวว่าน่าจะประมาณ 6 ปีได้มั้ยคะ 5-6 ปีได้แล้วค่ะ คือเราเบรกวงการไปประมาณปีหนึ่ง หรือ 2 ปี แล้วก็ได้มาทำงานการเมือง
ตื่นเต้นมั้ย พอกลับมาวงการบันเทิงอีกครั้ง?
หมิวยังไม่ได้เห็นบรรยากาศเวลาที่กลับไปอยู่ที่กองละคร แต่หมิวรู้สึกว่าไม่ว่าจะเปลี่ยนไปยังไง แต่ว่าความรับผิดชอบของเรา ด้วยนิสัย เนเจอร์ของเราที่เห็นทุกคนเท่ากันหมด หมิวร่วมงานกับทุก ๆ คนได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นรุ่นน้องรุ่นพี่ หรือว่าหน้าใหม่ๆ ก็แล้วแต่ เราก็ยังสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้เหมือนเดิม เพราะว่าตอนที่เราทำงานสมัยก่อน เราก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเราไม่ได้เป็นตัวปัญหาสำหรับกอง งานพิธีกร หรืองานอีเว้นต์อะไรเลย







