เปิดอายุการใช้งาน F-16 ทอ. ไทย

เปิดอายุการใช้งาน F-16 ทอ. ไทย

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีด้านการบินทางทหารมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้เครื่องบินขับไล่รุ่นเก่าเริ่มเผชิญข้อจำกัดในการรับมือกับภัยคุกคามสมัยใหม่ แม้กองทัพอากาศไทยจะมีเครื่องบินขับไล่ F-16A/B ประจำการรวมราว 59-60 ลำ แต่การจัดหาเครื่องบินใหม่ต้องใช้งบประมาณสูง กองทัพอากาศจึงเลือกแนวทางเพิ่มขีดความสามารถด้วยการปรับปรุงเครื่องบินที่มีอยู่ ผ่านโครงการปรับปรุงช่วงครึ่งอายุการใช้งาน หรือ Mid-Life Upgrade (MLU)

โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการยกระดับระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน ระบบอาวุธ และการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้ F-16 สามารถใช้งานอาวุธยุคใหม่ได้ พร้อมกับโครงการ Falcon Up และ Falcon Star ที่ปรับปรุงโครงสร้างเครื่องบิน ช่วยยืดอายุการใช้งานออกไปอีกประมาณ 10 ปี โดยกองทัพอากาศวางแผนปลดประจำการ F-16 ลำสุดท้ายในปี 2583

แม้จะเข้าประจำการในกองทัพอากาศไทยมากว่า 40 ปี เครื่องบินขับไล่ F-16A/B หรือ บข.19 ยังคงเป็นกำลังหลักในการคุ้มครองน่านฟ้าไทย โดยประจำการในฝูงบินหลัก ได้แก่ ฝูงบิน 103 และฝูงบิน 403 ตลอดเวลาที่ผ่านมา F-16 ได้ปฏิบัติภารกิจด้านการป้องปราม การสกัดกั้น และภารกิจพิเศษอย่างต่อเนื่อง

ในการปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาที่เกิดขึ้น การป้องกันอธิปไตยของชาติกลายเป็นเวทีสำคัญที่ F-16 แสดงศักยภาพทั้งด้านการครองอากาศและการโจมตีสนับสนุนกำลังภาคพื้นดิน ด้วยความแม่นยำและรุนแรง สร้างผลกระทบต่อขีดความสามารถทางทหารของฝ่ายตรงข้าม และช่วยเปลี่ยนสมดุลของสถานการณ์การรบ

กองทัพอากาศระบุว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการมีวิสัยทัศน์ในการจัดหาระบบอาวุธที่เหมาะสม การปรับปรุงตามช่วงเวลา และการฝึกฝนกำลังพลอย่างต่อเนื่อง โดย F-16 มีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการยุทธบดินทร์ และต่อเนื่องถึง ยุทธการศตวรรษ (Operation Century) ซึ่งกองทัพบกประกาศใช้เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 เพื่อสดุดีการเสียสละของ จ่าสิบเอกศตวรรษ สุจริต ทหารไทยนายแรกที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดอุบลราชธานี

ด้านประวัติการจัดหา F-16 ของไทย พลอากาศเอกประพันธ์ ธูปะเตมีย์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจนำ F-16 เข้าประจำการ แม้ต้องเผชิญอุปสรรคด้านการเมืองและการเจรจากับสหรัฐอเมริกา จนสามารถจัดหาเครื่องบินตามคุณลักษณะที่กองทัพอากาศต้องการได้ครบถ้วน นักบินไทยรุ่นแรกที่ไปฝึกบินในสหรัฐฯ หลายคนต่อมาได้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ

การปรับปรุง F-16 ของกองทัพอากาศไทย โดยเฉพาะรุ่น F-16 MLU ทำให้เครื่องบินมีขีดความสามารถใกล้เคียงกับ F-16 รุ่นใหม่ในหลายประเทศ มีการติดตั้งเรดาร์รุ่นใหม่ ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ระบบเชื่อมโยงข้อมูล Link-16 หมวกบินติดศูนย์เล็ง และรองรับอาวุธทันสมัย เช่น AIM-120 AMRAAM, IRIS-T, JDAM และ Maverick

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีฝูงบิน F-16 ประจำการหลัก 2 ฝูงบิน ได้แก่ ฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี และฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช โดยฝูงบิน 403 เป็นฝูงที่ได้รับการปรับปรุงตามมาตรฐาน eMLU อย่างเต็มรูปแบบ ส่วนฝูงบิน 103 อยู่ระหว่างแผนปลดประจำการและเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินขับไล่ Gripen E/F รุ่นใหม่

ในภาพรวม F-16 ถูกออกแบบตามทฤษฎีความคล่องแคล่วทางพลังงาน เป็นเครื่องบินขับไล่น้ำหนักเบาที่มีความคล่องตัวสูง สามารถทำแรงจีได้ถึง 9G บินด้วยความเร็วสูงสุดกว่า 2 มัค มีเพดานบินสูง และรองรับการรบทั้งระยะประชิดและระยะเกินสายตา ด้วยระบบ Fly-by-Wire และคอมพิวเตอร์ควบคุมการบินที่ทันสมัย

แม้จะเป็นเครื่องบินรุ่นเก่า แต่ด้วยการปรับปรุงโครงสร้าง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการบำรุงรักษาอย่างเข้มงวด ทำให้ F-16 ของกองทัพอากาศไทยยังคงมีขีดความสามารถในการรบระดับสูง และสามารถใช้งานต่อไปได้อีกหลายสิบปี

กองทัพอากาศย้ำว่า F-16 ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบินขับไล่ในอดีต แต่ยังเป็นกำลังสำคัญของปัจจุบันและอนาคต ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมเผชิญภัยคุกคามทุกรูปแบบภายใต้แนวคิด The Unbeatable Air Force

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ