วงการบันเทิงจีนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักอีกครั้ง หลังบริษัท Dongyang Haile Film & Television Entertainment ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา โดยระบุข้อความเรียกร้องให้มีการชำระเงินตามคำพิพากษาของศาลมูลค่ารวมกว่า 67 ล้านหยวน ซึ่งทางบริษัทอ้างว่ายังไม่ได้รับการชำระครบถ้วนตามกฎหมาย
ต้นตอของข้อพิพาททางกฎหมายดังกล่าว ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 โดยบริษัท Haile Film & TV ได้ทำสัญญาร่วมลงทุนมูลค่าประมาณ 60 ล้านหยวน กับบริษัท Wuxi Ai Meishen Film & Television Culture Co., Ltd. ซึ่งในขณะนั้นมีความเกี่ยวข้องกับนักแสดงสาวชื่อดัง ฟ่านปิงปิง เพื่อสร้างซีรีส์ฟอร์มยักษ์เรื่อง The Legend of Ba Qing อย่างไรก็ตาม โปรเจกต์ดังกล่าวประสบปัญหาหลายประการจนไม่สามารถออกอากาศได้ตามกำหนด นำไปสู่การฟ้องร้องในเวลาต่อมา
ตามข้อมูลรายงานคำพิพากษาของศาลสูงกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2021 ศาลได้มีคำสั่งให้บริษัท Ai Meishen ชำระเงินคืนแก่ผู้ลงทุนเป็นเงินต้นคงเหลือ 40 ล้านหยวน พร้อมผลตอบแทน 27 ล้านหยวน รวมเป็น 67 ล้านหยวน ไม่รวมค่าปรับจากการชำระล่าช้า ต่อมาในปี 2022 ศาลได้รับคำร้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลายและชำระบัญชีของบริษัทดังกล่าว ก่อนที่ศาลจะสั่งยุติกระบวนการในเดือนธันวาคม 2023 เนื่องจากพบว่าบริษัทมีทรัพย์สินเหลืออยู่น้อยมากเมื่อเทียบกับยอดหนี้ทั้งหมด


กระทั่งล่าสุด ฝ่าย Haile Film & TV ได้นำเรื่องราวดังกล่าวกลับมาเปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมอ้างเอกสารการตรวจสอบและบัญชีธนาคารว่า ในช่วงปี 2018-2020 มีรายการโอนเงินจากบริษัท Ai Meishen ไปยังสตูดิโอที่เกี่ยวข้องกับฟ่านปิงปิง รวมถึงสตูดิโอของ ฟ่านเฉิงเฉิง ผู้เป็นน้องชาย จึงได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของธุรกรรมดังกล่าว อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้ยังคงเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างจากฝ่ายผู้ลงทุน และยังไม่มีคำตัดสินจากศาลว่าบุคคลทั้งสองต้องรับผิดชอบชำระหนี้ในนามส่วนตัว
หลังจากจดหมายเปิดผนึกถูกเผยแพร่เพียงวันเดียว สำนักงานกฎหมาย Beijing Lanpeng ในฐานะตัวแทนของฟ่านปิงปิง ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ทันที โดยเน้นย้ำหลักกฎหมายว่า ความรับผิดของนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดาต้องแยกออกจากกัน หากจะเรียกร้องให้บุคคลใดรับผิดชอบร่วม จำเป็นต้องดำเนินกระบวนการผ่านชั้นศาล ไม่ควรใช้กระแสสังคมมาเป็นเครื่องมือกดดัน
ขณะเดียวกัน ทางฝ่ายของนักแสดงหนุ่ม ฟ่านเฉิงเฉิง ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าได้รับเงินเกือบ 10 ล้านหยวน พร้อมชี้แจงว่า แท้จริงแล้วสตูดิโอของเขาเคยโอนเงินจำนวนราว 15 ล้านหยวนไปเพื่อช่วยเหลือในการชำระหนี้เสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ยังระบุเพิ่มว่าในปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงทำสัญญาลงทุน ซีรีส์เรื่องดังกล่าว ฟ่านเฉิงเฉิงมีอายุเพียง 17 ปี และยังไม่ได้เข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว รวมถึงไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท Ai Meishen แต่อย่างใด
ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กันยายน ทาง Haile Film & TV ได้เคลื่อนไหวตอบโต้แถลงการณ์ของทีมทนายอีกครั้ง โดยยืนยันว่าการเปิดเผยข้อมูลไม่ได้มีเจตนาคุกคาม และพร้อมเปิดโอกาสให้ฝ่ายของดาราดังนำหลักฐาน ใบแจ้งหนี้ หรือสัญญาการชำระเงินมาพิสูจน์ความถูกต้อง ซึ่งหากหาข้อสรุปไม่ได้ ก็พร้อมที่จะนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนต่อไป

