ข่าวต่างประเทศ

แพทย์เตือน! ใครมีผื่นแดงที่มือ-อ่อนเพลีย รีบหาหมอด่วน อาจอันตรายถึงชีวิต เผย 2 สัญญาณอย่ามองข้าม

|
แพทย์เตือน! ใครมีผื่นแดงที่มือ-อ่อนเพลีย รีบหาหมอด่วน อาจอันตรายถึงชีวิต  เผย 2 สัญญาณอย่ามองข้าม

จากเว็บต่างประเทศ ได้รายงานว่า นพ.จ้าวเสียงหยวน (趙祥元) แพทย์ประจำแผนกโรคข้อ ภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลถู่เฉิง เปิดเผยกรณีผู้ป่วยรายหนึ่งที่เข้ารับการรักษาด้วยอาการเพียงมีผื่นขึ้นที่มือและรู้สึกอ่อนเพลีย แต่หลังจากตรวจเลือดและเอกซเรย์ กลับพบโรคร้ายแรงที่แม้แต่แพทย์ด้านโรคข้อยังเกรงกลัว และหากตรวจพบไม่ทันเวลา อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

นพ.จ้าวเสียงหยวนเล่าผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า ขณะผู้ป่วยมาพบแพทย์ มีผื่นขึ้นเล็กน้อยบริเวณหน้าผากและมือ โดยแตกต่างจากผื่นผิวหนังทั่วไปที่มักมีอาการคัน เพราะรอยโรคของผู้ป่วยรายนี้มีอาการเจ็บเล็กน้อยร่วมด้วย สิ่งที่ทำให้แพทย์ยิ่งระมัดระวังคือ ผู้ป่วยระบุว่าช่วงหลังรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียมาก พร้อมบอกว่า “รู้สึกว่าร่างกายแปลก ๆ แต่บอกไม่ถูกว่าเป็นอะไร” แพทย์กล่าวว่า “พูดตามตรง ตอนที่เห็นภาพมือของผู้ป่วย สัญชาตญาณของผมทำให้คิดขึ้นมาว่า หรือจะเป็นโรคนี้”

ด้วยประสบการณ์ทางคลินิก นพ.จ้าวจึงสั่งตรวจเลือดหลายรายการทันที และผลตรวจก็ยืนยันความกังวลของเขา เมื่อพบว่า แอนติบอดี MDA5 (MDA5 antibody) ให้ผลบวกอย่างชัดเจน ขณะที่ภาพเอกซเรย์แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงลักษณะเป็นร่างแหในปอด จนนำไปสู่การวินิจฉัยว่าเป็นโรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบ (Dermatomyositis) ชนิดที่มีแอนติบอดี MDA5

นพ.จ้าวอธิบายว่า Dermatomyositis โดยทั่วไปเป็นโรคที่มีการอักเสบของทั้งผิวหนังและกล้ามเนื้อ แต่ชนิดที่มีแอนติบอดี MDA5 มีความซับซ้อนและตรวจวินิจฉัยได้ยากกว่า เนื่องจากเมื่อเทียบกับ Dermatomyositis ทั่วไป ผู้ป่วยอาจมีเพียงอาการทางผิวหนัง โดยไม่มีอาการกล้ามเนื้ออักเสบอย่างชัดเจน ทำให้การวินิจฉัยทางคลินิกเป็นเรื่องยากมาก

แพทย์ระบุว่า โรคชนิดนี้อาจเป็นหนึ่งในภาวะที่แพทย์โรคข้อทั่วโลกหวาดระแวงมากที่สุด เนื่องจากสิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่อาการทางผิวหนัง แต่คือการที่โรคสามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อปอด จนทำให้เกิดโรคปอดอักเสบคั่นระหว่างเนื้อเยื่อ (Interstitial Lung Disease)ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ ในระยะแรกผู้ป่วยมักยังไม่รู้สึกหอบเหนื่อย ทั้งที่ภาพถ่ายทางการแพทย์อาจแสดงให้เห็นว่าปอดเริ่มมีความผิดปกติและกำลังแย่ลงแล้ว

ภาวะดังกล่าวเรียกว่า โรคปอดคั่นระหว่างเนื้อเยื่อที่ดำเนินโรคอย่างรวดเร็ว (Rapidly Progressive Interstitial Lung Disease: RP-ILD) ซึ่งสามารถทำให้ความผิดปกติของปอดจากภาพถ่ายทางการแพทย์รุนแรงขึ้น อาการทางระบบหายใจเพิ่มขึ้น และระดับออกซิเจนในเลือดลดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ถึงประมาณ 3 เดือน และอาจลุกลามจนเกิดภาวะหายใจล้มเหลวได้

แพทย์เผย 2 ลักษณะผิดปกติของผิวหนังที่ควรระวัง

เพื่อป้องกันการวินิจฉัยล่าช้า นพ.จ้าวแนะนำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง หากพบลักษณะผิดปกติทางผิวหนัง 2 ประการ ได้แก่

1.มีผื่นแดงขนาดเล็กหรือตุ่มนูนสีแดงอมม่วงที่ฝ่ามือหรือด้านฝ่ามือของนิ้ว และมีอาการเจ็บเมื่อกด ซึ่งแตกต่างจากผื่นทั่วไปที่อาจไม่มีอาการเจ็บหรือคัน

2.เกิดแผลที่เจ็บและหายยากบริเวณข้อนิ้ว ปลายนิ้ว รอบเล็บ ข้อศอก หรือหัวเข่า แผลอาจมีลักษณะลึก คล้ายมีเนื้อบางส่วนถูกคว้านออก และอาจมีสะเก็ดหนาหรือสะเก็ดสีดำปกคลุมอยู่ด้านบน

นพ.จ้าวย้ำว่า หากพบผื่นหรือแผลที่มีลักษณะผิดปกติดังกล่าว และมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดข้อ ไอแห้ง หอบเหนื่อยง่ายขณะทำกิจกรรม หรือระดับออกซิเจนในเลือดลดลงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว พร้อมแจ้งอาการทั้งหมดให้แพทย์ทราบเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News