ข่าวต่างประเทศ

ดราม่าสนั่น! กลุ่มแฟนคลับ พระเอกดัง ประกาศลาออก-ยุติงาน หลังต้นสังกัดออกมาชี้แจง

|
ดราม่าสนั่น! กลุ่มแฟนคลับ พระเอกดัง ประกาศลาออก-ยุติงาน หลังต้นสังกัดออกมาชี้แจง

จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า จากกรณีสตูดิโอของ หลี่หงอี้ ได้ตกลงยอมความกับบล็อกเกอร์ผู้ปล่อยข่าวลือโดยที่ไม่มีการกล่าวคำขอโทษต่อสาธารณะ ส่งผลให้ประธานบ้านเบสแฟนคลับ (Official Fanclub) และทีมโปรโมตทางอินเทอร์เน็ต (Net Propaganda Group) ต่างทยอยประกาศลาออกและยุติการทำงานลงในวันที่ 28 กรกฎาคม

ชนวนเหตุของดราม่าครั้งนี้เริ่มขึ้นในงานโปรโมตซีรีส์ใหม่เรื่อง องค์หญิงเจาหยาง ซึ่งหลี่หงอี้เต้นไม่เก่งจึงทำให้แสดงสีหน้าเกร็ง ๆ ออกมา แต่กลับถูกชาวเน็ตบางส่วนตีความว่าเขา "ชักสีหน้า" หลังจากนั้น "หลี่เติ้งเคอ" บล็อกเกอร์สายบันเทิงได้พูดในไลฟ์สดด้วยถ้อยคำคลุมเครือ เช่น "สถานการณ์ที่พูดไม่ได้" และ "คุณก็รู้กันอยู่" เพื่อสื่อเป็นนัยว่าตนมี "ข้อมูลเด็ด" ตอนที่นักแสดงหนุ่มอยู่ในกองถ่าย

ในคืนวันที่ 26 กรกฎาคม สตูดิโอของหลี่หงอี้ได้ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดแบบที่หาได้ยาก โดยตอกกลับหลี่เติ้งเคอโดยตรงว่า: “คำว่า 'คุณก็รู้กันอยู่' หมายความว่ายังไง? ถ้าพูดไม่ออก ก็ไปเจอกันในศาล” ซึ่งทำให้หลี่หงอี้กลายเป็นศิลปินคนแรกในวงการบันเทิงจีนที่ใช้มาตรการทางกฎหมายตอบโต้การปล่อยข่าวลือแบบคำใบ้หรือปริศนาธรรมอย่างเปิดเผย

ทว่าเพียงแค่ วันเดียวหลังจากนั้น เหตุการณ์กลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิง เมื่อหลี่เติ้งเคอได้ชี้แจงในไลฟ์สดว่า มีคนแอบอ้างเป็นทีมงานทำให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมทั้งแสดงเจตนาดีด้วยการเหมาโรงภาพยนตร์เพื่อสนับสนุน ซีรีส์ใหม่และแจกบัตรสมาชิก ทางด้านฝั่งของหลี่หงอี้ก็ได้ลบโพสต์ปกป้องสิทธิ์ก่อนหน้านี้ออก และออกแถลงการณ์ยอมความ โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันเรียกร้องให้ทุกคนหันมาโฟกัสที่ตัวผลงานแทน

ไม่นานหลังจากสตูดิโอประกาศยอมความ ประธานบ้านเบสอย่างเป็นทางการของหลี่หงอี้ได้โพสต์ข้อความในช่วงดึกว่า "พยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีแล้ว แต่ก็ไม่สามารถประคับประคองต่อไปได้" และ "แฟนคลับไม่ใช่ของเล่นที่พวกคุณอยากจะยกย่องตอนต้องการใช้ และจะเขี่ยทิ้งเมื่อไม่ต้องการ" พร้อมประกาศลาออกอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นไม่นาน ทีมโปรโมตทางอินเทอร์เน็ตก็เปลี่ยนภาพโปรไฟล์เป็นสีดำและประกาศยุติการทำงานทั้งหมดเช่นกัน

การถอนตัวของแฟนคลับระดับแกนนำในครั้งนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมากใน Weibo โดยบทวิเคราะห์ส่วนใหญ่ระบุว่า ชนวนเหตุที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องสีหน้าในงานโปรโมต แต่เกิดจากท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสุดขั้วในการจัดการปัญหาของสตูดิโอ ที่ตอนแรกก้าวร้าวกร้าวร้าวถึงขั้นบอกว่า "เจอความกันในศาล" แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับลบโพสต์และยอมความอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการเรียกร้องให้ผู้กุข่าวลือขอโทษต่อสาธารณะ สิ่งนี้ทำให้แฟนคลับที่ออกโรงปกป้องและต่อสู้เพื่อศิลปินมาตลอดหลายวัน รู้สึกว่าความทุ่มเทของพวกตนนั้นไร้ค่าและถูกทรยศ

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News