ข่าวต่างประเทศ

เตือนแล้วนะ! 5 สัญญาณตอนนอนกลางคืน ใครมีอาการนี้อาจเป็นมะเร็ง

|
เตือนแล้วนะ! 5 สัญญาณตอนนอนกลางคืน  ใครมีอาการนี้อาจเป็นมะเร็ง

จากเว็บต่างประเทศ ได้รายงานว่า CafeF รายงานกรณีของนายหลิว ชายชาวจีนวัย 62 ปี ที่มีปัญหานอนหลับไม่สนิทมาหลายเดือน แม้จะหลับได้เร็ว แต่กลับตื่นกลางดึกพร้อมเหงื่อออกมาก กลางวันอ่อนเพลีย และเหนื่อยหอบง่ายเมื่อต้องออกแรงเบา ๆ ก่อนการตรวจสุขภาพประจำปีจะพบก้อนเนื้อในปอดขนาด 1.5 เซนติเมตร และผลตรวจยืนยันว่าเป็นมะเร็งปอดชนิดอะเดโนคาร์ซิโนมาในระยะเริ่มต้น

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cancer โดยทีมวิจัยจากโรงพยาบาล Tongji ประเทศจีน ซึ่งศึกษาในกลุ่มประชากรวัยกลางคนและผู้สูงอายุชาวจีน พบความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาการนอนที่สั้นกับความเสี่ยงเกิดมะเร็งที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม งานวิจัยลักษณะนี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกต จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการนอนน้อยเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคมะเร็ง

ในทางสุขภาพโดยรวม ข้อมูลจาก CDC ระบุว่า ผู้ใหญ่ควรนอนอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อวัน เพราะการนอนที่เพียงพอช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน น้ำหนักตัว สุขภาพหัวใจ ระบบเผาผลาญ และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด

ร่างกายช่วงกลางคืนควรเป็นเวลาพักฟื้น แต่หากมีอาการผิดปกติซ้ำ ๆ เช่น เหงื่อออกมากจนเสื้อผ้าหรือผ้าปูที่นอนเปียก ตื่นเพราะเจ็บปวด หายใจไม่สะดวก หรือไอเรื้อรังจนรบกวนการนอน อาจเป็นสัญญาณว่ามีปัญหาสุขภาพบางอย่างซ่อนอยู่

Cancer Research UK ระบุว่า เหงื่อออกตอนกลางคืนอย่างมากหรือมีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อ ผลข้างเคียงจากยา หรือการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน แต่หากเป็นหนักจนเปียกชุ่ม หรือเกิดร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจให้ชัดเจน

5 สัญญาณตอนนอน

1. เหงื่อออกตอนกลางคืนมากผิดปกติ การมีเหงื่อออกขณะนอนอาจเกิดจากอากาศร้อน ผ้าห่มหนา ความเครียด ฮอร์โมน หรือยาบางชนิด แต่ถ้าตื่นมาแล้วเสื้อผ้าหรือผ้าปูที่นอนเปียกชุ่ม ทั้งที่อุณหภูมิห้องไม่ได้ร้อน ควรสังเกตให้ดี อาการนี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะติดเชื้อ ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน น้ำตาลในเลือดต่ำ หรือโรคทางเลือดบางชนิด รวมถึงอาจพบได้ในผู้ป่วยมะเร็งบางประเภท โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับไข้เรื้อรัง น้ำหนักลด หรือคลำพบต่อมน้ำเหลืองโต

2. ปวดมากขึ้นตอนกลางคืนจนตื่น อาการปวดจากกล้ามเนื้อ กระดูก หรือข้อ บางครั้งอาจรุนแรงขึ้นเมื่อนอนนิ่งนาน ๆ แต่หากเป็นอาการปวดเรื้อรัง ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือปวดจนต้องตื่นกลางดึกบ่อย โดยเฉพาะปวดหลัง ปวดกระดูก หรือปวดท้องส่วนบน ควรให้แพทย์ประเมิน

ในบางกรณี อาการปวดลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับโรคของกระดูก เส้นประสาท อวัยวะในช่องท้อง หรือโรคที่มีการลุกลามไปยังกระดูกได้ จึงไม่ควรซื้อยาแก้ปวดกินเองต่อเนื่องโดยไม่รู้สาเหตุ

3. ตะคริวที่ขาบ่อยและเป็นนาน ตะคริวตอนกลางคืนพบได้บ่อย และมักเกี่ยวข้องกับการขาดน้ำ การใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป การนั่งหรือยืนนาน แร่ธาตุบางชนิดไม่สมดุล หรือยาบางประเภท ข้อมูลจาก NHS inform ระบุว่า ภาวะขาดน้ำอาจทำให้ระดับเกลือแร่ลดลงและกระตุ้นตะคริวได้ แต่ถ้าตะคริวเกิดถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ปวดเกร็งนานผิดปกติ หรือมาพร้อมอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด กำลังขาลดลง หรือมีอาการชาร่วมด้วย ควรตรวจหาสาเหตุ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับระบบประสาท การไหลเวียนเลือด หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ

4. ปัสสาวะกลางคืนบ่อยผิดปกติ การตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืนเป็นครั้งคราวอาจพบได้ โดยเฉพาะเมื่อดื่มน้ำมากก่อนนอนหรือในผู้สูงอายุ แต่หากต้องตื่นปัสสาวะหลายครั้งทุกคืนต่อเนื่อง จนรบกวนการนอน อาจเกี่ยวข้องกับเบาหวาน ต่อมลูกหมากโต การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะ ข้อมูลจาก Guy’s and St Thomas’ NHS Foundation Trust ระบุว่า การปัสสาวะกลางคืนบ่อยอาจพบร่วมกับเบาหวานได้ เพราะระดับน้ำตาลในเลือดสูงอาจทำให้กระหายน้ำมากขึ้นและระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ หากมีเลือดปนในปัสสาวะ ปวดแสบขณะปัสสาวะ หรือปวดท้องน้อยร่วมด้วย ควรพบแพทย์

5. ไอเรื้อรังหรือหายใจถี่ตอนกลางคืน อาการไอตอนกลางคืนอาจมาจากภูมิแพ้ หอบหืด กรดไหลย้อน หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ แต่ถ้าไอต่อเนื่องหลายสัปดาห์ไม่ดีขึ้น หรือมีอาการหายใจถี่ เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย ไอเป็นเลือด น้ำหนักลด หรือเบื่ออาหารร่วมด้วย ควรรีบตรวจ NHS ระบุว่า อาการที่ควรพบแพทย์เพื่อประเมินโรคปอด รวมถึงไอที่ไม่หายหลัง 3 สัปดาห์ ไอเรื้อรังที่แย่ลง ไอเป็นเลือด เจ็บเวลาไอหรือหายใจ เหนื่อยหอบต่อเนื่อง อ่อนเพลียผิดปกติ เบื่ออาหาร หรือมีน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

สิ่งสำคัญคือไม่ควรตื่นตระหนกเกินไป เพราะปัญหาการนอนจำนวนมากเกิดจากสาเหตุที่ไม่ร้ายแรง เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โรคเรื้อรังบางชนิด คาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือพฤติกรรมการใช้หน้าจอก่อนนอน แต่ถ้าอาการนอนไม่หลับ เหงื่อออกตอนกลางคืน ตื่นกลางดึกบ่อย หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ เกิดซ้ำต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์ และส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์แทนการวินิจฉัยตัวเอง เพราะการตรวจพบสาเหตุเร็วช่วยเพิ่มโอกาสดูแลรักษาได้เหมาะสมกว่า

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News