จากเว็บต่างประเทศ ได้รายงานว่า หลายคนอาจเคยสังเกตเห็น “คราบดำ” บริเวณรอบคอ รักแร้ หรือขาหนีบของลูก แล้วเข้าใจว่าเกิดจากการอาบน้ำไม่สะอาด หรือเป็นเพียงคราบไคลที่ล้างออกไม่หมด แต่ในความเป็นจริง แพทย์ผิวหนังชี้ว่า อาการลักษณะนี้อาจไม่ใช่เรื่องของความสะอาดเลย คราบดำดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ โดยทางการแพทย์เรียกว่า “อะแคนโทซิส นิกริแคนส์” (Acanthosis nigricans) ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับภาวะอินซูลินสูง และอาจนำไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล
ภาวะผิวคล้ำลักษณะนี้เกิดจากการที่เซลล์ผิวหนังมีการเจริญเติบโตผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้ที่รับประทานอาหารหวานหรือแป้งขัดขาวในปริมาณมากเป็นเวลานาน ส่งผลให้ระดับอินซูลินในร่างกายสูงขึ้น เมื่ออินซูลินสูงต่อเนื่อง จะกระตุ้นให้ผิวหนังหนาตัวและเกิดการสะสมของเม็ดสี ทำให้เห็นเป็นคราบดำบริเวณรอยพับของร่างกายอย่างชัดเจน
อะแคนโทซิส นิกริแคนส์ เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบต่อมไร้ท่อ โดยเฉพาะ “ภาวะดื้อต่ออินซูลิน” ซึ่งทำให้ร่างกายต้องหลั่งอินซูลินมากขึ้นเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อินซูลินที่มากเกินไปนี้เอง เป็นตัวกระตุ้นให้ผิวหนังบางจุดหนาและคล้ำขึ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนสำคัญของความผิดปกติในร่างกาย
อาการที่สังเกตได้ มีมากกว่าผิวคล้ำ
-ผิวหนังหนา หยาบ หรือสัมผัสคล้ายกำมะหยี่
-สีผิวคล้ำขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ
-พบตามรอยพับ เช่น ข้อศอก หลังเข่า หรือใต้เต้านม
-บางรายมีติ่งเนื้อเล็ก ๆ เกิดร่วมด้วย
กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวัง
-ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
-ผู้ที่มีภาวะก่อนเป็นเบาหวานหรือเป็นเบาหวาน
-ผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินหรือเมตาบอลิกซินโดรม
-ผู้หญิงที่มีภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS)
-ผู้ที่บริโภคน้ำตาลและแป้งขัดขาวเป็นประจำ
ในบางกรณีที่พบได้น้อย อาการนี้อาจเกี่ยวข้องกับการใช้ยาบางชนิด หรือโรคที่รุนแรงกว่า เช่น เนื้องอกภายในร่างกาย
แม้ภาวะนี้จะไม่ใช่โรคเบาหวานโดยตรง แต่ถือเป็น “สัญญาณเตือนล่วงหน้า” ที่สำคัญ หลายคนอาจยังไม่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน แต่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินแล้ว หากไม่ปรับพฤติกรรม ความเสี่ยงในการพัฒนาไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ