จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า นักแสดงหนุ่มมากฝีมือ อิมจูฮวานที่ตัดสินใจผันตัวไปรับจ้างเป็นพนักงานพาร์ตไทม์รายวัน ณ ศูนย์โลจิสติกส์ของ Coupang ในเมืองอีชอน โดยล่าสุดทางต้นสังกัด Base Camp Company ได้ออกมายืนยันแล้วว่า เป็นเรื่องจริง ซึ่งสาเหตุที่นักแสดงหนุ่มต้องไปทํางานดังกล่าว เนื่องจากต้องการประคอง รายได้และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในช่วงที่ไม่มีงานแสดง ก่อนที่จะเพิ่งสิ้นสุดภารกิจ พนักงานขนส่งเพื่อเตรียมตัวสําหรับโปรเจกต์ใหม่ในเร็วๆ นี้

กรณีของอิมจูฮวานไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องราวส่วนตัวของดาราคนหนึ่ง แต่ได้กลายเป็นชนวนเหตุที่ ทําให้สังคมกลับมาวิพากษ์วิจารณ์ถึง "ความเหลื่อมล้ํา" ขั้นสุดโต่งในอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีใต้ โดยมีการเปรียบเทียบค่าตัวที่แตกต่างกันอย่างลิบลับระหว่างนักแสดงระดับแม่เหล็กกับนัก แสดงทั่วไป ข้อมูลระบุว่าซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง "อีจองแจ" มีรายงานว่าได้รับค่าตัว จากซีรีส์ Squid Game 2 สูงถึงตอนละประมาณ 31 ล้านบาท ในขณะที่นักแสดงแถวหน้าของ ญี่ปุ่นอย่าง "ยามาดะ ทาคายูกิ" ยังเคยเปิดเผยว่าค่าตัวนักแสดงนําในญี่ปุ่นเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 2 ล้าน บาทต่อตอนเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยกว่าระดับท็อปของเกาหลีถึง 10 เท่าตัว

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือนยอดภูเขาน้ําแข็งที่สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤต "รวยกระจุก จน กระจาย" ในตลาดคอนเทนต์เกาหลีใต้ปัจจุบันที่กําลังเผชิญภาวะการลงทุนหดตัวอย่างหนัก ส่งผล ให้จํานวนโปรเจกต์ซีรีส์และภาพยนตร์ลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย ทําให้นักแสดงที่ไม่ได้อยู่ในระดับ Global Star ต้องเผชิญกับสภาวะตกงานยาวนานและต้องดิ้นรนหาอาชีพเสริมเพื่อความอยู่รอด แม้ แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่จะอ้างว่าค่าตัวเป็นไปตามกลไกตลาด แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับมองว่านี่ คือสัญญาณอันตรายของโครงสร้างรายได้ที่บิดเบี้ยว ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไข อาจส่งผลกระทบต่อ ความยั่งยืนของบุคลากรและคุณภาพของอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ ได้
