ข่าวสังคม - โซเชียล

หมอเเจด เผยสาเหตุที่หลายคนมองข้าม ไม่อ้วน ไม่กินมัน แต่ทำไมหินปูนพอกหัวใจ

|
หมอเเจด เผยสาเหตุที่หลายคนมองข้าม ไม่อ้วน ไม่กินมัน แต่ทำไมหินปูนพอกหัวใจ

วันที่ 15 ต.ค. 69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ หมอเจด เผยว่า ไม่อ้วน ไม่ค่อยกินของทอด ตรวจไขมันก็ไม่ได้สูงมาก แต่พอไปตรวจหัวใจ กลับเจอหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ! หลายคนเจอแบบนี้ก็ตกใจครับ เพราะคิดว่าหินปูนในหลอดเลือด ต้องเกิดกับคนอ้วนหรือกินของมันเท่านั้น บางคนดูแลอาหารมาตลอด แต่กลับตรวจพบค่า CAC สูงโดยไม่รู้ตัว ผมอยากให้เข้าใจเรื่องหนึ่งก่อนครับ หินปูนในหลอดเลือดหัวใจไม่ได้เกิดขึ้น เพียงเพราะเรากินอาหารที่มีไขมัน แต่มันเกี่ยวข้องกับการสะสมของคราบพลัค และกระบวนการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือด ที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องมานานหลายปี บางคนไม่มีอาการเจ็บหน้าอกเลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมคนที่ดูสุขภาพดี ถึงยังมีหินปูนในหลอดเลือดหัวใจได้? วันนี้ผมจะพาไล่ดูทีละเรื่องครับ

1️. หินปูนพอกหัวใจ จริง ๆ แล้วพอกอยู่ตรงไหน? หินปูนที่เรากำลังพูดถึง คือแคลเซียมที่สะสมอยู่ในคราบพลัค บริเวณผนังหลอดเลือดแดงโคโรนารี ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ คราบพลัคเหล่านี้เกี่ยวข้องกับคอเลสเตอรอล เซลล์อักเสบ และการเปลี่ยนแปลงของผนังหลอดเลือด เมื่อเวลาผ่านไป บางส่วนอาจเกิดการสะสมแคลเซียม จนตรวจพบเป็นหินปูนได้ครับ ดังนั้นไม่ใช่หินปูนที่เกาะเนื้อหัวใจโดยตรง และไม่ใช่เรื่องเดียวกับหินปูนที่ลิ้นหัวใจ ที่สำคัญคือมันมักสะสมแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยที่เราอาจไม่รู้ตัวเลยครับ

2️. ไม่อ้วน ไม่ได้แปลว่าหลอดเลือดไม่มีไขมันสะสม บางคนตัวผอม น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ รอบเอวก็ไม่ได้ใหญ่ผิดปกติ เลยคิดว่าตัวเองไม่น่าเสี่ยงโรคหัวใจ แต่ความจริงรูปร่างภายนอก ไม่ได้บอกสุขภาพหลอดเลือดทั้งหมดครับ คนผอมก็อาจมี LDL สูง มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน หรือมีเบาหวานได้ รวมถึงมีปัจจัยเสี่ยงจากพันธุกรรมด้วย ไขมันที่สะสมในคราบพลัคของหลอดเลือด ไม่ใช่ไขมันใต้ผิวหนังที่เรามองเห็น ดังนั้นการไม่อ้วนถือเป็นเรื่องดี แต่ไม่ได้รับประกันว่าหลอดเลือดจะปลอดภัยครับ

3️. ไม่กินของมัน แต่ LDL หรือ ApoB อาจยังสูงได้ เรื่องนี้หลายคนเข้าใจผิดครับ เพราะคิดว่า LDL สูงต้องมาจากของทอด หมูสามชั้น หรืออาหารมัน ๆ เท่านั้น แต่ระดับ LDL ยังขึ้นอยู่กับพันธุกรรม การสร้างและกำจัดคอเลสเตอรอลของตับ รวมถึงโรคบางชนิดและรูปแบบอาหารโดยรวม บางคนกินอาหารระวังมากแล้ว แต่ LDL ก็ยังสูงกว่าที่ควรจะเป็น ส่วน ApoB เป็นโปรตีนที่อยู่บนอนุภาคไขมัน ซึ่งมีโอกาสเข้าไปสะสมในผนังหลอดเลือด ค่า ApoB จึงช่วยสะท้อนจำนวนอนุภาค ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดคราบพลัคได้ครับ และสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ LDL วันนี้สูงเท่าไร แต่รวมถึงระดับที่หลอดเลือดเผชิญมาตลอดหลายปี เพราะการสะสมความเสี่ยงใช้เวลานานครับ

4️. LDL ไม่สูงมาก แล้วทำไมยังมีหินปูน? บางคนตรวจ LDL แล้วอยู่ในเกณฑ์ แต่กลับพบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ เรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นครับ หนึ่งในนั้นคือ Lp(a) ซึ่งเป็นอนุภาคไขมันที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม และสัมพันธ์กับความเสี่ยงหลอดเลือดหัวใจ แม้ค่า LDL ทั่วไปจะไม่ได้สูงมากก็ตาม อีกอย่างคือบางคนมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน จนจำนวนอนุภาคไขมันที่มี ApoB สูง แม้ตัวเลข LDL-C จะดูไม่สูงมากนัก นอกจากนี้ ค่า LDL ที่ตรวจวันนี้ อาจไม่สะท้อนระดับไขมันในอดีตทั้งหมด หรือความเสียหายที่สะสมมาก่อนหน้านี้ จึงต้องประเมินความเสี่ยงหลายด้านร่วมกัน ไม่ใช่ดู LDL เพียงตัวเดียวครับ

5️. หินปูนไม่ได้เกี่ยวกับไขมันอย่างเดียว ยังมีปัจจัยอื่นอีก แม้ไขมันจะมีบทบาทสำคัญ แต่หลอดเลือดไม่ได้เสียหายจากไขมันอย่างเดียวครับ อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้มีเวลาสะสมคราบพลัคนานขึ้น เบาหวานและความดันสูงส่งผลต่อผนังหลอดเลือด การสูบบุหรี่กระตุ้นความเสียหายและการอักเสบ ส่วนโรคไตเรื้อรังก็เกี่ยวข้องกับความผิดปกติ ของหลอดเลือดและการสะสมแคลเซียมได้ รวมถึงคนที่มีพ่อแม่หรือพี่น้อง เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจก่อนวัย ก็อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นด้วยครับ ดังนั้นบางคนไม่อ้วน ไม่กินของมัน แต่ถ้ามีปัจจัยเหล่านี้สะสมหลายปี ก็ยังตรวจพบหินปูนในหลอดเลือดได้

6️. เจอหินปูนแล้ว แปลว่าหลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรงหรือยัง? ข้อนี้ผมอยากให้เข้าใจให้ถูกครับ เพราะหลายคนเห็นคะแนน CAC สูง แล้วคิดว่าหลอดเลือดต้องตีบตามคะแนนนั้น จริง ๆ แล้ว CAC Score เป็นคะแนน ที่สะท้อนปริมาณคราบพลัคที่มีแคลเซียม ในหลอดเลือดหัวใจจากการตรวจ CT โดยทั่วไปคะแนนยิ่งสูง ยิ่งบ่งบอกภาระคราบพลัคที่มีแคลเซียมมาก และสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจในอนาคต แต่ไม่ได้บอกว่าหลอดเลือดตีบกี่เปอร์เซ็นต์ ในทางกลับกัน แม้ CAC เท่ากับ 0 ก็ไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีคราบพลัคทุกชนิด เพราะคราบพลัคที่ยังไม่มีแคลเซียม อาจตรวจไม่พบจากการตรวจวิธีนี้ครับ ถ้ามีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเวลาออกแรง หรือมีอาการที่สงสัยหัวใจขาดเลือด ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม ไม่ควรใช้คะแนน CAC ตัดสินเพียงอย่างเดียว

เจอหินปูนแล้ว หรือไม่อยากให้สะสมเพิ่ม ต้องดูแลยังไง?

ผมอยากให้เริ่มจากการลดปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้หลอดเลือดเสียหายต่อเนื่องครับ ไม่ใช่พยายามหาวิธีล้างหินปูนออก เพราะเป้าหมายสำคัญคือป้องกันโรคหัวใจ และลดโอกาสเกิดหลอดเลือดอุดตันในอนาคต

- ลด LDL และดูแลไขมันในเลือด ลดไขมันอิ่มตัว เพิ่มใยอาหารละลายน้ำ เลือกไขมันดี และ Plant sterols ที่ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล โดยใช้ยาลดไขมันเมื่อมีข้อบ่งชี้

- ควบคุมน้ำตาลและความดัน เพราะเบาหวานและความดันสูงส่งเสริมความเสียหายของหลอดเลือด แม้รูปร่างจะไม่อ้วนก็ตาม

- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตั้งเป้ากิจกรรมระดับปานกลางประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ตามความเหมาะสม และฝึกกล้ามเนื้อร่วมด้วย

- เลิกบุหรี่และดูแลการนอน ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อหัวใจและหลอดเลือด หากมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับก็ควรได้รับการประเมินและรักษา

- ประเมินความเสี่ยงร่วมกับแพทย์ โดยเฉพาะคนที่มี CAC สูง ประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจก่อนวัย หรือมี Lp(a) สูง เพื่อวางแผนดูแลให้เหมาะสม

ผมอยากย้ำอีกเรื่องครับ คนที่ตรวจพบหินปูนในหลอดเลือด ไม่จำเป็นต้องไปสวนหัวใจทุกราย และไม่ควรกินแอสไพรินเองเพียงเพราะ CAC สูง เพราะการตรวจและการใช้ยา ต้องพิจารณาจากอาการและความเสี่ยงร่วมด้วย

สุดท้ายผมอยากให้ทุกคนเลิกใช้แค่รูปร่าง หรือการไม่กินของมันมาตัดสินสุขภาพหัวใจครับ เพราะบางคนผอมมาตลอดชีวิต ผลไขมันครั้งล่าสุดก็ไม่ได้สูงมาก แต่หลอดเลือดอาจสะสมความเสียหาย มาตั้งแต่หลายปีก่อนโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่แค่วันนี้น้ำหนักเท่าไร หรือเราเลิกกินของทอดได้หรือยัง แต่ต้องดูทั้ง LDL, ApoB, Lp(a) น้ำตาล ความดัน พันธุกรรม และปัจจัยเสี่ยงอื่นประกอบกันด้วย คนผอมไม่ได้แปลว่าหลอดเลือดสะอาด และคนที่ไม่กินของมัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีหินปูนในหัวใจครับ แต่ถ้ารู้ความเสี่ยงและดูแลตั้งแต่วันนี้ เรายังมีโอกาสลดความเสี่ยงโรคหัวใจในอนาคต แม้หินปูนที่สะสมแล้วจะไม่ได้หายไปง่าย ๆ สิ่งที่เราทำต่อจากนี้ก็ยังมีความหมายครับ

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News