ข่าวสังคม - โซเชียล

เตือน 5 สัญญาณ เสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ ชี้อาการนี้อาจไม่ใช่แค่ลำไส้แปรปรวน

|
เตือน 5 สัญญาณ เสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ ชี้อาการนี้อาจไม่ใช่แค่ลำไส้แปรปรวน

วันที่ 16 ส.ค. 69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ หมอเจด เผยว่า ใครเป็นบ้าง? ท้องผูกสลับท้องเสีย บางช่วงก็ไม่ถ่าย บางช่วงก็ถ่ายเหลว กังวลกันมั้ยว่าอาการนี้เป็นแค่ลำไส้แปรปรวน หรือเป็นสัญญาณเตือนมะเร็ง “ท้องผูกสลับท้องเสีย! แบบไหนแค่แปรปรวน แบบไหนเสี่ยงมะเร็ง?

มีใครเป็นแบบนี้ไหม? บางช่วงไม่ถ่าย 2–3 วัน พอถ่ายทีหนึ่งก็แข็งมาก แล้วอีกไม่กี่วันกลับท้องเสีย ถ่ายเหลว วันหนึ่งหลายรอบ

บางคนเป็นมานานจนคิดว่า “ลำไส้ฉันคงแปรปรวนเฉย ๆ” แต่บางคนพอไปตรวจจริง กลับเจอว่ามีปัญหาอย่างอื่นซ่อนอยู่ เรื่องนี้เลยสำคัญ เพราะอาการ ท้องผูกสลับท้องเสีย มีได้ตั้งแต่ลำไส้แปรปรวนธรรมดา ไปจนถึงโรคที่ต้องรีบตรวจเพิ่ม โดยเฉพาะถ้ามีอาการบางอย่างร่วมด้วย

อยากให้ลองแยกแบบง่าย ๆ ว่า แบบไหนยังพอเข้าทาง “ลำไส้แปรปรวน” และแบบไหนควรเริ่มคิดถึงเรื่องที่จริงจังกว่านั้น

1.อาการเปลี่ยนตามความเครียด อาหาร และการนอน มักไปทางลำไส้แปรปรวนมากกว่า คนที่เป็น Irritable Bowel Syndrome หรือ IBS มักมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ ช่วงไหนเครียด นอนน้อย กินไม่เป็นเวลา ดื่มกาแฟเยอะ กินของมัน ของเผ็ด หรืออาหารบางชนิด อาการจะกำเริบขึ้นได้ บางวันท้องผูก บางวันถ่ายเหลว บางวันปวดบิดแล้วดีขึ้นหลังถ่าย และที่สำคัญคือ อาการมักวนแบบนี้มานาน แต่ภาพรวมร่างกายยังค่อนข้างคงที่ น้ำหนักไม่ได้ลดฮวบ ไม่มีเลือดออกชัด ๆ และไม่ได้อ่อนเพลียลงเรื่อย ๆ พูดง่าย ๆ คือ ลำไส้แปรปรวนมักรบกวนชีวิต แต่ไม่ได้ค่อย ๆ ทำให้ร่างกายทรุดลงเรื่อย ๆ

2.หากมีเลือดปน อุจจาระดำ หรือซีดลง อันนี้อย่าเหมารวมว่า “แค่ริดสีดวง” เรื่องนี้อยากให้ระวังให้มาก บางคนถ่ายเป็นเลือดแล้วบอกตัวเองว่า “คงริดสีดวง” อาจใช่ แต่ก็อาจไม่ใช่ ถ้ามีเลือดปนในอุจจาระบ่อย อุจจาระดำ มีเมือกเลือด หรือเริ่มมีภาวะซีด เหนื่อยง่าย ใจสั่น หน้ามืด ตรงนี้ควรประเมินเพิ่ม เพราะเลือดออกจากทางเดินอาหารอาจมาจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ริดสีดวง ลำไส้อักเสบ ไปจนถึงก้อนหรือมะเร็งลำไส้ โดยเฉพาะถ้าอายุเริ่มมากขึ้น แล้วอาการเพิ่งเกิดใหม่ อย่าปลอบใจตัวเองด้วยคำว่า “ผมเคยเป็นริดสีดวงอยู่แล้ว” แล้วปล่อยผ่านทุกครั้ง

3.หากพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิมชัดเจน และเป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ควรตรวจ สมมติก่อนหน้านี้คุณถ่ายทุกเช้าเป็นปกติ แต่อยู่ดี ๆ ช่วงหลังกลายเป็น ท้องผูก 3–4 วัน แล้วตามด้วยถ่ายเหลววนแบบนี้หลายสัปดาห์ หรืออุจจาระจากที่เคยก้อนปกติ กลายเป็นเล็กลง แบนลง หรือเหมือนถ่ายไม่สุดบ่อย ๆ ถ้าอาการแบบนี้ เป็นของใหม่ และอยู่ต่อเนื่อง ไม่อยากให้รีบสรุปว่าเป็น IBS เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือก้อนในลำไส้บางตำแหน่งสามารถทำให้พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนได้ แต่ก็ต้องพูดให้ชัดว่า อุจจาระเล็กอย่างเดียว ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง สิ่งที่ทำให้น่ากังวลขึ้นคือ มันเปลี่ยนจากเดิม + เป็นต่อเนื่อง + มีอาการอื่นร่วมด้วย สามอย่างนี้สำคัญกว่าดูรูปร่างอุจจาระครั้งเดียว

4.หากน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือกินเท่าเดิมแต่ผอมลง ต้องระวังมากขึ้น คนที่กำลังลดน้ำหนักแล้วน้ำหนักลง อันนั้นอีกเรื่อง แต่ถ้าไม่ได้คุมอาหาร ไม่ได้ออกกำลังกายเพิ่ม ไม่ได้ตั้งใจลด แล้วน้ำหนักค่อย ๆ หายไปหลายกิโล พร้อมกับท้องผูกสลับท้องเสีย ปวดท้อง อิ่มเร็ว หรือเบื่ออาหาร ตรงนี้อยากให้รีบหาสาเหตุ เพราะน้ำหนักที่ลดโดยไม่ตั้งใจถือเป็นหนึ่งใน red flags หรือสัญญาณเตือนที่ทำให้เราต้องคิดถึงโรคที่มากกว่าแค่ลำไส้แปรปรวน โดยเฉพาะถ้ามีอาการ ซีด เพลีย เลือดปน ปวดท้องกลางคืน หรืออาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ อันนี้ไม่ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของ “เดี๋ยวก็คงหาย” แล้ว

5.หากอายุมากขึ้น หรือมีประวัติครอบครัวมะเร็งลำไส้ อย่ารอให้อาการหนัก บางคนถามผมว่า “หมอ แล้วต้องรอให้มีเลือดออกก่อนถึงไปส่องกล้องไหม?” คำตอบคือไม่ควรรอ ถ้าอายุเข้าเกณฑ์ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้แล้ว หรือมีประวัติพ่อแม่ พี่น้อง หรือลูกเคยเป็นมะเร็งลำไส้หรือมีติ่งเนื้อความเสี่ยงสูง ควรคุยเรื่องการตรวจตามช่วงอายุและความเสี่ยงของตัวเอง ยิ่งถ้ามีอาการเปลี่ยนการขับถ่ายร่วมด้วย ยิ่งไม่ควรเลื่อน เพราะมะเร็งลำไส้ในระยะแรกบางคนแทบไม่มีอาการเลย

และข้อดีของมะเร็งชนิดนี้คือ ถ้าเราตรวจเจอ ติ่งเนื้อก่อนกลายเป็นมะเร็ง ก็มีโอกาสเอาออกได้ตั้งแต่ตอนที่เรื่องยังเล็กมาก ตรงนี้คือเหตุผลที่อยากให้คนกลัวพอดี ไม่ใช่กลัวจนไม่กล้าตรวจ แต่กลัวพอที่จะ ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง

แล้วถ้าอาการไปทางลำไส้แปรปรวน ดูแลยังไงก่อน? ถ้าไม่มีสัญญาณเตือน และอาการสัมพันธ์กับอาหาร ความเครียด หรือการใช้ชีวิต ลองเริ่มจากพื้นฐานก่อน

- กินอาหารเป็นเวลา อย่าปล่อยหิวจัดแล้วกินทีเดียวเยอะ ๆ

- เพิ่มไฟเบอร์และอาหารที่มีจุลินทรีย์ดีแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว โยเกิร์ต กิมจิ ผักดอง เพราะเพิ่มเร็วเกินบางคนยิ่งท้องอืด

- ดื่มน้ำให้พอ โดยเฉพาะคนที่เพิ่มไฟเบอร์ - เดินและขยับทุกวัน เพราะการเคลื่อนไหวช่วยเรื่องการบีบตัวของลำไส้

- สังเกตอาหารกระตุ้นตัวเอง เช่น นม กาแฟ ของมัน ของเผ็ด หรืออาหารบางกลุ่ม ไม่จำเป็นต้องงดทุกอย่างพร้อมกัน

- นอนและจัดการความเครียด เพราะสมองกับลำไส้คุยกันตลอดผ่านระบบที่เรียกว่า gut–brain axis

บางคนแก้เรื่องถ่าย แต่ไม่เคยแก้เรื่องนอน บางคนกินไฟเบอร์เพิ่ม แต่ยังนั่งทั้งวัน บางคนตัดอาหารไปสิบอย่าง แต่ความเครียดยังเต็มสิบ ลำไส้ก็เลยยังงงอยู่เหมือนเดิม

ถ้ามีอาการแบบนี้ อยากให้ตรวจมากกว่ารอดูเอง

- มีเลือดปนหรืออุจจาระดำ

- น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ

- ซีด เหนื่อยง่าย หรืออ่อนเพลียผิดปกติ

- ปวดท้องมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือปลุกให้ตื่นกลางคืน

- การขับถ่ายเปลี่ยนใหม่และเป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์

- อายุเริ่มมากขึ้นแล้วเพิ่งมีอาการ

- มีประวัติครอบครัวมะเร็งลำไส้หรือติ่งเนื้อความเสี่ยงสูง

ตรงนี้อย่าพยายามแยกเองจากอาการอย่างเดียว เพราะ IBS, ลำไส้อักเสบ, การติดเชื้อ, ผลข้างเคียงจากยา และโรคทางลำไส้อื่น ๆ ก็ทำให้ท้องผูกสลับท้องเสียได้เหมือนกัน จริง ๆ ท้องผูกสลับท้องเสีย ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งทันทีค ถ้าเป็นมานาน อาการขึ้นลงตามความเครียดหรืออาหาร และไม่มีเลือด ไม่มีน้ำหนักลด ไม่มีซีด ก็มีโอกาสไปทางลำไส้แปรปรวนมากกว่า

แต่ถ้าอยู่ดี ๆ การขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิม เป็นต่อเนื่อง มีเลือด น้ำหนักลด ซีด หรืออาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ อันนี้อย่าปล่อยให้คำว่า “ลำไส้คงแปรปรวน” กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ตรวจช้าไป เรื่องลำไส้บางอย่างเราปรับอาหาร ปรับการนอน และขยับเพิ่มแล้วดีขึ้นได้ส่วนเรื่องที่ควรตรวจ ก็ตรวจให้รู้ไปเลย เพราะถ้ามีอะไรจริง การเจอเร็วมีค่ากว่าการเดาอยู่ที่บ้านหลายเดือน

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News