วันที่ 25 ก.ค. 69 เพจ Tensia ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ เรื่อง ตับ ความว่า ความรุนแรงของ ‘ตับพัง’ 6 ระดับ เรื่องที่ควรทราบ จะได้เริ่มดูแลตับกัน สาเหตุที่พบบ่อย : ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง, อ้วน/ดื้ออินซูลิน, ไวรัสตับอักเสบ B และ C
Level 1 – ตับปกติ (Healthy liver) เรียงตัวเป็นโซน โซนละ 6 เหลี่ยม ผังเมืองสวยงาม การจราจรเลือดไหลสะดวก ไม่มีอาการใดๆ ผิดปกติ
Level 2 – ไขมันพอกตับ (Hepatic steatosis) แอกอฮอล์กระตุ้น/อ้วน/ภาวะดื้ออินซูลิน ให้เซลล์สร้างไขมัน + ไขมันส่งออกไม่ทัน ไขมันเริ่มสะสมเป็น droplet มากขึ้นเรื่อยๆ เซลล์ตับเริ่มถูกยึดครองโดยไตรกลีเซอไรด์ ไม่มีอาการใดๆ แต่ตรวจเลือด อาจพบค่าเอนไซม์ตับสูงเล็กน้อย เพราะเซลล์ตับเริ่มเสียหาย
Level 3 – ตับอักเสบจากไขมัน (Steatohepatitis) ไขมันที่สะสม โดยเฉพาะในรูปกรดไขมัน เริ่มรบกวนเซนเซอร์ในเซลล์ กระตุ้นภาวะ stress เซลล์เริ่มผลิตสารก่ออักเสบ เรียกเม็ดเลือดขาวมา ในที่สุดตับเริ่มอักเสบลุกลามไปทั่ว แต่หายได้ จะเริ่มมีอาการของตับอักเสบ ปวดท้อง ตัว/ตาเหลือง ค่าเอนไซม์ตับสูงขึ้นมาก
Level 4 – ตับก่อพังผืดแผ่ไปทั่ว (Fibrosis liver) ไขมันและแอลกอฮอล์ ทำร้ายตับแบบเรื้อรัง ผังเมืองหกเหลี่ยมเริ่มหายไป ถูกแทนที่ด้วย เนื้อตับที่งอกผิดรูป (Regenerative nodule) สลับกับพังผืด ที่ทำให้เส้นเลือดเริ่มผิดปกติ อาจพบแค่ค่าเอนไซม์ตับสูงขึ้นแบบ level 2 ไม่มีอาการใดๆ
Level 5 – ตับแข็ง (Cirrhosis) การทำลายเรื้อรัง มาถึงจุดที่ทั้งตับ เต็มไปด้วยเนื้อตับที่งอกผิดรูป พังผืดกระจายทั่วไปตับ ผังเมืองเสียหาย ไม่เป็นหกเหลี่ยมต่อไป ทางเดินเลือด บิดเบี้ยว เลือดผ่านยากมาก เซลล์ตับทำงานน้อยลงมาก เต็มไปด้วยอาการของตับแข็ง ตัว/ตาเหลือง ท้องมาน ผื่นแมงมุม ฝ่ามือแดง ฯลฯ ค่าผลเลือดตับผิดปกติเกือบทั้งหมด
Level 6 – มะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma) เซลล์ตับที่โดนทำลายเรื้อรัง ตัวที่รอดบางตัว เริ่มมี DNA เสียหาย จนเสียการควบคุม ในการแบ่งเซลล์ในที่สุด
ส่วนผลจากไวรัสตับอักเสบ จะเรียกภูมิคุ้มกัน (NK cell + CD8+ T cell) มาทำลายตับ ซึ่งอาจจะไม่มีอาการเหมือน Level 2 หรืออักเสบกำเริบขึ้นมาเหมือน Level 3 ก็ได้ หากไมรักษาจะดำเนินไปเป็น Level 4-5-6 เหมือนกันทุกประการ รักษาสุขภาพกันเถิด ลดการดื่มแอลฯ ควบคุมอาหาร ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย หากติดไวรัสตับอักเสบ B/C ไปตรวจสม่ำเสมอค่ะ