ข่าวสังคม - โซเชียล

ทำความรู้จักภาวะ มดลูกแตก รุนแรงถึงชีวิตคุณแม่และทารกในครรภ์ หลังนุ่น-หลุยส์ สูญเสียลูก

|
ทำความรู้จักภาวะ มดลูกแตก รุนแรงถึงชีวิตคุณแม่และทารกในครรภ์ หลังนุ่น-หลุยส์ สูญเสียลูก

หลังจากที่คู่รักอย่าง หลุยส์สก๊อต และ นุ่น รมิดา ที่ได้ออกมาแถลงการณ์การสูญเสียครั้งใหญ่ของลูกคนแรก โดยสาเหตุเกิดจากภาวะ มดลูกแตก ทำให้มีการเสียเลือดเยอะ

สำหรับภาวะ มดลูกแตก (Uterine Rupture) ถือเป็นฝันร้ายและภาวะวิกฤตทางสูติกรรมที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่ง มีความรุนแรงถึงชีวิตทั้งต่อตัวคุณแม่และทารกในครรภ์ ระบุว่า ภาวะนี้คือการที่ผนังมดลูกฉีกขาดทะลุผ่านทั้ง 3 ชั้น (เยื่อบุโพรงมดลูก, กล้ามเนื้อมดลูก และเยื่อหุ้มมดลูก) ส่งผลให้ทารกอาจหลุดเข้าไปในช่องท้องของมารดา ซึ่งต้องได้รับการผ่าตัดช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุด

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูง ระบุว่า โอกาสเกิดมดลูกแตกอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 5,000 ถึง 1 ใน 7,000 ของการคลอด แต่ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนไปทันทีในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะ คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาก่อน ชี้ให้เห็นว่า ในสตรีที่มีแผลผ่าตัดมดลูกแบบขวางที่มดลูกส่วนล่าง อัตราการแตกจะอยู่ที่ประมาณ 0.2 ถึง 1.5% นอกจากนี้ ผู้ที่มีแผลผ่าตัดแบบแนวตั้ง (Classical incision) มีความเสี่ยงสูงกว่ามากและไม่ควรพยายามคลอดเองทางช่องคลอด

สัญญาณเตือน มดลูกแตก ที่ต้องสังเกตทันที

ระบุว่า สัญญาณที่ไวที่สุดและพบได้บ่อยที่สุดคือ อัตราการเต้นของหัวใจทารกผิดปกติ โดยเฉพาะภาวะหัวใจเต้นช้าลงอย่างกะทันหัน

- รู้สึกเจ็บหน้าท้องรุนแรงเฉียบพลัน หรือรู้สึกเหมือนมีอะไร ฉีกขาด ในท้อง

- การเจ็บครรภ์หดรัดตัวหยุดชะงักไปดื้อๆ

- มีเลือดออกทางช่องคลอด (บางรายอาจไม่มี เพราะเลือดออกในช่องท้อง)

- หน้ามืด วิงเวียน เป็นลม หรือเข้าสู่ภาวะช็อกจากการเสียเลือด

ABOUT THE AUTHOR

meaw

ทีมข่าว Siam News