จากกรณีที่ก่อนหน้านั้น ทาง ศาลอาญาออกหมายจับนักธุรกิจดัง แทนไท ณรงค์กูล เจ้าของฉายา ไอดอลคริปโต ในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ฟอกเงินเว็บหนังออนไลน์ รวมความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ศาลออกหมายจับ แทนไท เอี่ยวคดีฟอกเงิน-เว็บหนังเถื่อนพันล้าน
โดยจะส่องรายได้จากธุรกิจภาพยนตร์ของเจ้าตัวกัน โดยตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2564 บริษัท เนรมิตรหนัง ฟิล์ม ภายใต้การบริหารของกลุ่มแทนไท ได้ผลิตภาพยนตร์ออกมาแล้ว ทั้งหมด 14 เรื่อง ครอบคลุมทั้งหนังโรง หนังสตรีมมิ่ง และหนังสายเทศกาล และเมื่อรวบรวมเฉพาะภาพยนตร์ ที่มีการเปิดเผยตัวเลขรายได้จากการฉายในโรงหนัง พบว่าทำรายได้รวมไปไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาทเลยทีเดียว

ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก ที่สร้างชื่อและจุดกระแสในตลาดหนังไทยของเจ้าตัว คือเรื่อง “4 KINGS” ในปี 2564 โดยกวาดรายได้ไปประมาณ 170 ล้านบาท ส่วนภาพยนตร์ที่สร้างรายได้มากที่สุด คือ “4 KINGS 2” ที่โกยรายได้ไปประมาณ 240 ล้านบาท
ปี 2564
- 4 KINGS รายได้ประมาณ 170 ล้านบาท
ปี 2565
- Leio ไลโอโคตรแย้ยักษ์ รายได้ประมาณ 5.5 ล้านบาท
- คืนหมีฆ่า รายได้ประมาณ 4.5 ล้านบาท
- The One Hundred (๑๐๐ ร้อยขา) รายได้ประมาณ 4.4 ล้านบาท
ปี 2566
- แสงกระสือ 2 รายได้ประมาณ 20 ล้านบาท
- 4 KINGS 2 รายได้ประมาณ 240 ล้านบาท กลายเป็นภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดของค่าย
- มอร์ริสัน เป็นภาพยนตร์สายเทศกาล
- ดอยบอย ฉายผ่านแพลตฟอร์ม Netflix (ไม่เปิดรายได้โรง)

ปี 2567
- แดนสาป รายได้ประมาณ 10-15 ล้านบาท
- ตาคลี เจเนซิส รายได้ประมาณ 6 ล้านบาท แม้รายได้ในประเทศไม่สูง แต่มีการจำหน่ายลิขสิทธิ์ไปกว่า 80 ประเทศทั่วโลก
- แดร็กคูล่า ต๊อก รายได้ประมาณ 10-12 ล้านบาท (ร่วมผลิต)
- วัยหนุ่ม 2544 - ประมาณ 128 ล้านบาท
ปี 2568
- มรณา รายได้ประมาณ 10-15 ล้านบาท ปี 2569
- โอมุคาเดะ เพิ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขรายได้
แต่นอกเหนือจากบริษัท เนรมิตรหนัง ฟิล์ม แล้ว แทนไท ยังมีชื่อเป็นหนึ่งในคณะกรรมการและผู้ถือหุ้น ของบริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจในด้านการจัดจำหน่ายและการตลาดภาพยนตร์ ที่มีบทบาทร่วมงานกับค่ายภาพยนตร์หลายแห่งในอุตสาหกรรมหนัง โดยถือหุ้นจำนวน 1,500 หุ้น หรือคิดเป็น 1.00% มูลค่าหุ้นประมาณ 329,548 บาท

