วันที่ 20 ธ.ค. 2568 กรุงเทพมหานครเผยสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จากรายงานของศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร พบว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 ของพื้นที่กรุงเทพฯ อยู่ที่ 36.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใกล้ค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
สำหรับพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุด 12 อันดับแรก ได้แก่
-เขตบางนา 48.1 มคก./ลบ.ม.
-เขตประเวศ 47.4 มคก./ลบ.ม.
-เขตจตุจักร 44.6 มคก./ลบ.ม.
-เขตมีนบุรี 43.6 มคก./ลบ.ม.
-เขตบางรัก 42.9 มคก./ลบ.ม.
-เขตหนองแขม 42.7 มคก./ลบ.ม.
-เขตสาทร 42.6 มคก./ลบ.ม.
-เขตปทุมวัน 42.2 มคก./ลบ.ม.
-เขตคลองสามวา 41.4 มคก./ลบ.ม.
-เขตลาดกระบัง 41.0 มคก./ลบ.ม.
-เขตบางซื่อ 40.1 มคก./ลบ.ม.
-เขตหนองจอก 40.1 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวมรายพื้นที่พบว่า
-กรุงเทพเหนือ ค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 32.7-44.6 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
-กรุงเทพตะวันออก 25.3-47.4 มคก./ลบ.ม. เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
-กรุงเทพกลาง 27.4-37.7 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
-กรุงเทพใต้ 28.9-48.1 มคก./ลบ.ม. เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
-กรุงธนเหนือ 33.3-37.5 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
-กรุงธนใต้ 32.9-42.7 มคก./ลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง
ทั้งนี้ แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นละอองมีทิศทางเพิ่มสูงขึ้น โดยคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ กรุงเทพมหานครจึงขอแนะนำประชาชนดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด
คำแนะนำด้านสุขภาพ (ระดับสีส้ม: เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)
-ประชาชนทั่วไป ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา
-กลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจหรือโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที