วันที่4 ตุลาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการพยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนภาคตะวันออก จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
สาเหตุจากลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และอ่าวไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อน ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และด้านตะวันตกของประเทศไทย
สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทย มีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร โดยบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง
นอกจากนี้ พายุโซนร้อนกำลังแรง แมตโม (MATMO) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่น โดยคาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน ลงสู่อ่าวตังเกี๋ย และขึ้นฝั่งบริเวณตอนบนของประเทศเวียดนามในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม 2568 ทั้งนี้ พายุลูกดังกล่าวจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่
บริเวณที่มีฝน ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมอ่อน ความเร็ว 5-10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่
บริเวณที่มีฝน ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่
และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณที่มีฝน ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่
และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณที่มีฝน ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่
บริเวณที่มีฝน ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 22–25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่
บริเวณที่มีฝน ได้แก่ ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่
และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง