วันที่ 16 สิงหาคม 2568 บรรยากาศที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อรถยนต์จาก เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ทั้งรถโดยสาร รถส่วนตัว และรถบรรทุกสินค้า ทะลักข้ามแดนมาต่อคิวเติมน้ำมัน ตามปั๊มน้ำมันในพื้นที่ โดยเฉพาะ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่มีรถจากเมียนมาต่อแถวยาวเหยียดตลอดทั้งวัน
สถานการณ์นี้ สะท้อนวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในฝั่งเมียนมา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจาก สภาบริหารทหารเมียนมา ออกมาตรการ เข้มงวดด้านการนำเข้าสินค้า โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทย ทำให้ ผู้ประกอบการฝั่งเมียนมาไม่สามารถนำเข้าสินค้าได้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันภายในประเทศพุ่งสูง และประชาชนต้องพึ่งพาน้ำมันจากฝั่งไทย
บรรยากาศในแม่สอดครั้งนี้ คล้ายกับช่วงที่รัฐบาลไทยเคยบังคับใช้ มาตรการ 3 ตัด โดยเฉพาะการ ตัดการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปฝั่งเมียนมา เพื่อกดดันกลุ่มอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์ในเขตเมืองเมียวดี ส่งผลให้ชาวเมียนมาต้องแห่ข้ามฝั่งเข้ามาเติมน้ำมันในไทยจนแน่นปั๊ม
มาตรการของฝ่ายทหารเมียนมา ส่งผลกระทบต่อธุรกิจนำเข้า-ส่งออก อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ นักธุรกิจเมียนมา ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ฝั่งเมียนมา จับกุมไปแล้วกว่า 100 ราย ภายใต้ข้อกล่าวหาเรื่องเอกสารไม่ถูกต้อง ขณะที่ผู้ประกอบการไทยก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย
นอกจากนี้ ยังมีรถบรรทุกสินค้าไทยจำนวนมากต้องจอดรอ บริเวณ สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ที่ 7 ตำบลท่าสายลวด ไม่สามารถลำเลียงสินค้าเข้าสู่ฝั่งเมียนมาได้ ขณะเดียวกัน พื้นที่ ฟรีโซนสำหรับพักรอสินค้า ก็แน่นไปด้วยตู้สินค้าและพัสดุที่ยังค้างเติ่ง ไม่สามารถขนถ่ายข้ามแดนได้
สถานการณ์ดังกล่าวยังไม่มีท่าทีคลี่คลาย และหากมาตรการฝั่งเมียนมายังไม่ผ่อนปรน คาดว่าจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อการค้าชายแดน รวมถึงการเดินทางและความมั่นคงพลังงานของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงฝั่งเมียวดีอย่างต่อเนื่อง