วันที่ 2 ก.ย. 69 ทนายไข่มุก ได้โพสต์ข้อความเปิดใจถึงประสบการณ์ที่เคยเผชิญกับการถูกคุกคามในอดีต โดยยอมรับว่าเคยต้องพบกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ทั้งการถูกข่มขู่ทำร้ายชีวิต การถูกกล่าวหาด้วยถ้อยคำที่ทำให้เกิดความเสียหาย รวมถึงการสร้างเรื่องราวที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งในขณะนั้นเคยรู้สึกเสียใจ ร้องไห้ และรู้สึกเหมือนโดนล้อเลียนอยู่ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม ทนายไข่มุกระบุว่า ปัจจุบันได้เลือกที่จะไม่ให้คุณค่ากับสิ่งเหล่านั้น และหันกลับมาโฟกัสที่การให้คุณค่ากับตัวเอง โดยมองว่าการคุกคามเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ และไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้มแข็งพอที่จะผ่านไปได้ง่ายๆ คำพูดบางคำอาจสร้างบาดแผลทางใจมากกว่าที่คิด จึงขอส่งกำลังใจให้ทุกคนลุกขึ้นมาโฟกัสสิ่งที่มีคุณค่า พร้อมย้ำว่า 'เจตนา' สำคัญกว่าถ้อยคำเสมอ หากเป็นการหยอกล้อด้วยความเอ็นดู ตนไม่ได้รู้สึกโกรธแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ทนายไข่มุกยังได้เล่าถึงความกังวลในอดีตว่า สิ่งที่หวาดกลัวไม่ใช่เรื่องของตนเอง แต่เป็นความรู้สึกของผู้เป็นแม่ โดยทุกครั้งที่ตนเศร้า แม่ก็จะเศร้าไปด้วย จนถึงขั้นเคยตัดสินใจบล็อกคุณแม่ไว้ชั่วคราวเพื่อไม่ให้รับรู้เรื่องราวสะเทือนใจ ก่อนจะคิดได้ว่า หากไม่อยากให้คนที่รักต้องเศร้า ตัวเองก็ต้องลุกขึ้นมามีความสุขให้ได้
ในช่วงท้าย ทนายไข่มุกได้เปรียบเทียบการคุกคามเป็นเหมือน 'ก้อนหิน' ที่ถูกขว้างใส่ ซึ่งในอดีตเคยใส่ใจและขว้างกลับ แต่สุดท้ายไม่ได้ช่วยให้ชีวิตพัฒนาไปข้างหน้า จึงเปลี่ยนแนวคิดเป็น 'ไม่รับ ไม่ขว้างกลับ และเดินหน้าต่อ' พร้อมทิ้งท้ายว่า หากใครอยากเห็นเธอหยุดหรือแย่ลง เธอจะยิ่งเติบโตและเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิม เพราะชีวิตและเวลามีค่าเกินกว่าจะเสียให้กับสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์
