จากกรณีที่โซเชียลมีการพูดถึง โปรตีนตกฉลาก และมีการพาดพิงถึงแบรนด์ Dr.JiLL โดยล่าสุดทางแบรนด์ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ณ True Digital Park East ซึ่งหลังจบการแถลงข่าว คุณอัญชิสา ธนาวิมลวรรธน์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรของแบรนด์ Dr.JiLL พร้อมด้วยทนายนิด้า และ พรีเซ็นเตอร์ อย่าง แพนเค้ก เขมนิจ, บีม กวีและออย อฏิพรณ์ ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นดังกล่าว
ทางด้าน บีม กวี ได้เผยความรู้สึกว่า “ต้องบอกว่าวันนี้อยากขอบคุณทาง Dr.JiLL มากๆ ที่ออกมาทำแถลงข่าวแบบจริงจังแบบนี้ เราในฐานะผู้บริโภค ในบางครั้งเป็นคนที่ขายด้วย เราจะได้ยืนยันกับทุกคนได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เราขายเป็นสิ่งที่เราเชื่อมั่นได้แบบเต็มปากเต็มคำจริงๆ แล้ววันนี้เราก็ได้คุยกับทางเจ้าของด้วย และฝั่งผลิตด้วย
มันยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นแหละ เพราะฉะนั้นเวลาที่ต่อไปนี้เวลาเราไลฟ์ขายของ มีคนเข้ามาถามเราจะได้ตอบได้ว่า เรามีมาตรการแบบนี้นะในการตรวจสอบ เรามีมาตรฐานแบบนี้นะในการผลิต อย่างที่บอกคือเราต้องขอบคุณทาง Dr.JiLL ที่ทำให้มีการแถลงข่าวแบบนี้แล้วทำให้เรามั่นใจมากขึ้นในการที่เราจะได้บอกทุกคนได้อย่างชัดเจนต่อไป”
ออย อฏิพรณ์ เสริมว่า “ที่ผ่านมาเราก็จะมีเอกสารโชว์ แล้วในตะกร้าสามารถที่จะทักแชตเข้าไปขอเอกสารจากแอดมินส่งเป็น PDF ให้เลย แต่บางทีพอเวลาผ่านไป เอกสารจากฝั่งเราอย่างเดียวมันอาจจะยังไม่คลายความสงสัย ฉะนั้นวันนี้มันเหมือนกับการปลดล็อก ทุกอย่างเวลาคำพูดทุกสิ่งที่เราเคยพูดไว้ หรือว่าความสงสัยที่ผู้บริโภคมีอยู่
ออยว่าวันนี้มันค่อนข้างชัดเจน ว่าที่ผ่านมาเรามีกระบวนการในการผลิตยังไง แล้วก็มีความซื่อสัตย์ซื่อตรงต่อผู้บริโภคยังไง รวมถึงที่เขารีเช็กกันหลายรอบ ก็รีเช็กเพื่อตัวเองด้วย เพื่อผู้บริโภคด้วย มันเป็นการครอสเช็กทุกอย่างค่ะ ฉะนั้นทางโรงงานก็จะเคลียร์ด้วยว่าโรงงานนั้นคือถูกต้อง ทางเราก็ได้สินค้าที่ถูกต้องเอาไปจัดจำหน่ายให้ผู้บริโภค ผู้บริโภคก็ได้สินค้าที่ตรงกับที่ต้องการไปบริโภค”

ส่วน แพนเค้ก เขมนิจ เผยว่า “ต้องขอบคุณ Dr.JiLL ด้วยที่ทำให้หลายๆ คนได้คลายกังวล หรือว่าเราในฐานะคนทำงาน และในฐานะผู้บริโภคด้วย ในสิ่งที่เราเชื่อมั่นอยู่แล้ว เราก็ยังคงเชื่อมั่นในสิ่งที่เราสามารถพูดต่อหรือบอกต่อได้อย่างเต็มที่ ในส่วนของแพนไม่ได้มีใครถามอะไร ไม่ได้มีใครกังวลเรื่องใดๆ แต่ว่า ณ วันนี้ที่เราได้มีโอกาสพูด ก็จะได้พูดได้อย่างเต็มที่ว่า เราได้เห็นเอกสารทุกอย่างอย่างชัดเจน มีการตรวจอะไร และทางนี้ก็แฟร์อย่างเพียงพอที่จะให้ผู้บริโภคและผู้ผลิตได้จอยได้ทำงานร่วมกัน”

ส่วนมุมของข้อกฎหมาย ทนายนิด้า ได้อธิบายถึงผลกระทบในกรณีที่มีการนำคำว่า “ตกฉลาก” ไปแอบอ้างโจมตีแบรนด์โดยไม่เป็นความจริง ว่าอาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทและผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมเตือนให้ผู้บริโภคใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารในยุคที่ตลาดอาหารเสริมแข่งขันกันสูงจนเกิดการดิสเครดิต
