ประเด็นร้อนในสังคมได้ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง เมื่อนักธุรกิจหนุ่มวัย 32 ปี ได้เข้าขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด พร้อมเล่าเรื่องราวที่สร้างความตกใจเป็นอย่างมาก โดยระบุว่าตนเองถูกอาจารย์หมอดูชื่อดังในพื้นที่ภาคเหนือ กระทำการบางอย่างที่ไม่เหมาะสมถึง 3 ครั้ง นักธุรกิจหนุ่มกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ข้ออ้างของการรักษาอาการป่วยและการแก้กรรม ซึ่งสร้างความเสียหายทางจิตใจอย่างรุนแรงแก่ตนเอง สำหรับอาจารย์หมอดูท่านนี้ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในภาคเหนือ จากการอ้างว่าสามารถสื่อสารกับโลกหลังความตาย ทั้งนรกและสวรรค์ได้ ด้วยความสามารถที่ถูกกล่าวอ้าง ทำให้มีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงและดารานักแสดงหลายท่าน
เรื่องนี้ยิ่งได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อมีการเปิดเผยว่ามีดาราชื่อดังหลายคนเคยเดินทางไปขอคำปรึกษาและแก้กรรมกับอาจารย์ท่านนี้ ในจำนวนนั้นมีชื่อของ หนุ่ม คงกระพัน และ เมฆ วินัย ไกรบุตร รวมอยู่ด้วย ทำให้เกิดคำถามและความกังวลในหมู่ประชาชนว่าบุคคลที่มีชื่อเสียงเหล่านี้จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ด้วยหรือไม่

ล่าสุด นักนักข่าวดัง ได้ติดต่อไปหา หนุ่ม คงกระพัน เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า จริงๆ เรื่องราวของอาจารย์แก้กรรม พวกเรามีความตั้งใจจะไปช่วย พี่เมฆ มากกว่า รู้สึกว่าพี่เมฆเขารักษามาทุกรูปแบบ ทุกวิถีทางแล้ว ทดลองยาโน้นยานี้ ฉีดยารักษา ทั้งรัสเซีย สมุนไพรทุกอย่างแล้วแต่ก็ไม่หาย เราเห็นเขาเจ็บปวดทรมานมาก แล้วพี่หนุ่มก็ได้รู้เรื่องอาจารย์มา นานมากเป็นหลาย 10 ปีแล้ว ก็เลยรู้สึกว่าเดี๋ยวจะพาพี่เมฆไป อย่างน้อยของอาจารย์ก็จะเป็นเรื่องของอโหสิกรรม ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องทายา ไม่ต้องกินยา ไม่ต้อง ทําอะไรที่ต้องเอาอะไรเข้าไปในร่างกาย ซึ่งอันตราย ก็เป็นแค่การไปไหว้พระ ทําบุญ อโหสิกรรม
ก็ เลยลองให้เขา เพราะอยากจะช่วยเพื่อนรัก เลยได้เป็นที่มาของการได้ไปเจอแก ส่วนตัวพี่หนุ่มเอง ถึงแม้พี่จะไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยให้แกดูเจ้ากรรมนายเวรให้ พี่ก็ไม่เคย พี่ก็บอกว่า ผมไม่จําเป็น ครับ ชีวิตผมโอเค

ตกใจกับข่าวไหม เพราะมันโยงมาว่า พี่หนุ่ม คงกระพันไป พี่เมฆ ไป โยงมาฝั่งดาราเรา?
"ก็ไม่ตกใจครับ ก็รู้สึกว่าเป็นวิบากกรรมแก อันนั้นพี่ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว เป็นเรื่องรสนิยม ก็ไม่ก้าว ล่วง ไม่ขอพูดถึงเรื่องนั้น แต่ว่าในส่วนของพี่ที่ไป ไปเพื่อช่วยพี่เมฆ แล้วก็เห็นว่าแกรับแขกเป็นร้อยๆ คน แกเป็นคนที่มีชื่อเสียงและทุกคนก็มา และที่สําคัญแกก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร ทุกคนมาให้ช่วย มี เท่าไหร่ก็ทําบุญไป แกไม่ได้เรียกร้องเงินอะไร เห็นว่าเป็นคนที่มีจิตอาสา ช่วยเหลือคนอื่น เราก็รู้สึกว่าแกก็ช่วยเหลือคน เราก็เอาพี่เมฆมาเผื่อมันเป็นปาฏิหารย์ ถ้าเป็นจริงมันก็คงดี ไม่หายก็ ไม่เป็นไร เพราะพี่ก็รู้สึกว่ามันก็เป็นการทําบุญไหว้พระ ไม่ใช่เป็นการที่จะทําอะไรเสี่ยง ที่เขาจะต้อง ป่วยนะครับ ก็ได้ยินข่าวพี่ก็ตกใจเหมือนกัน พี่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงเรื่องนั้น
อันนั้นก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ใน ส่วนของเราตอนที่เราไปก็ไม่ได้ต้องไปทําพิธีอะไรแบบนั้น ก็คือไปคนเยอะแยะมากมาย ไปก็ไปนั่ง ต่อคิว เสร็จแล้วแกก็บอกให้ไปไหว้พระตรงนั้นตรงนี้ ไม่ได้ต้องเข้าห้องอะไรแบบนั้น"
"พาพี่เมฆไป แต่ตัวเองไม่ได้ถามเลยว่า มีกรรมอะไรแบบนั้น ตัวเองยังไม่รู้เรื่องเลย และพี่เมฆก็ไม่ ได้ไปหาอะไรแบบนั้น ตัวพี่เองก็เพิ่งได้ข่าวด้วยครับ ต้องให้อาจารย์ชี้แจง พี่ก็ไม่ทราบ"
