จากกรณีที่ก่อนหน้านั้น ทาง "บิ๊ก ธิติวุฒิ" หรือ "ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์" ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวฝันร้าย ที่ถูกโกงเงินไปนับ 10 ล้าน ซึ่งหลายคนได้ไปโยงที่น้องของบิ๊ก นั้นคือ "โกกิเบอร์รี่" หรือ "นิษฐา วารุณ" นั้นเอง ล่าสุด ทาง โกกิ ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า หนูขอชี้แจงในส่วนของหนูที่เป็นประเด็นในตอนนี้นะคะ

ทรัพย์สินที่หนูมีอยู่ตอนนี้ -รถ(3.95M)หนูวางดาวน์ไปตอนเดือนพฤษภาคม 68 โดยให้พี่เป็นผู้ค้ำประกันให้ (และขณะนี้ก็ยังผ่อนอยู่)
-กิจการคลินิก หนูหุ้นกับเพื่อนสนิท1คน และทีมมาม่าซัง (พี่อั้ม พี่อุ้ย พี่ฟาง อดีตผจก.ซีเจ) มีเอกสารร่วมลงทุน พฤศจิกายน 68 และยังผ่อนเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์อยู่

-ธุรกิจเครื่องสำอางแป้ง หนูได้มีการตกลงกับพี่แก้วว่า พี่แก้วลงทุนให้และจัดส่งสินค้าให้ด้วย หนูเป็นคนขายและประชาสัมพันธ์ (ตัดยอดกันเดือนต่อเดือน ไม่มียอดค้าง) และตอนนี้สต็อคสินค้ายังคงเหลืออยู่ เพราะพึ่งสั่งเพิ่มไปตอน กพ. 69
-บ้าน(6.8M) หนูได้ยื่นกู้100% พร้อมเงินตกแต่ง10% (มีสัญญากู้กับธ.ออมสิน) มีนาคม 69 เนื่องจากเกิดปัญหาไม่เข้าใจกับพี่เริ่มจากเรื่องไม่เข้าใจกัน ด้วยความที่เรามีอีโก้สูง ไม่เข้าไปคุยหรือเคลียร์กับพี่สักที จนเวลาผ่านไปหลายเดือน บวกกับคนรอบข้างปั่น ทำให้ความรู้สึกมันลดลงเรื่อยๆ หนูเลยคิดว่าไม่น่าจะจูนกันได้แล้ว เลยตัดสินใจกู้เพราะน้องสาวกำลังจะเข้าปี1 ต้องย้ายมาอยู่ด้วย และคุณยายที่เราอยากให้มาอยู่ด้วย จะได้มาอยู่ดูแลกัน (ส่วนคอนโดแค่จองไป5,000 ไม่ได้เอาค่ะเพราะเอาบ้าน)

หนูอยากขอโทษพี่ที่ทำให้ทุกอย่างมันบานปลาย หากมีการกระทำไหนที่หนูพูดหรือทำให้รู้สึกไม่ดี หรือผิดพลาดไป แต่เจตนาของหนูยังคงชัดเจน หนูยังรักและเคารพพี่เหมือนพ่อ เพราะหนูมาอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะพี่พามา ไม่มีเหตุผลไหนเลยที่หนูจะคิดไม่ดีกับพี่ ตั้งแต่วันที่ทะเลาะกัน หนูก็ไม่ได้มีความสุข และเงียบให้มากที่สุด ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินตามประสาของเรา และพยายามอยู่ให้ได้ ด้วยความที่หนูไม่เข้าหาพี่สักที และแรงปะทะจากคนรอบข้างมันแรงจนทำให้เป็นแบบนี้
หนูเป็นเด็กบ้านนอก ไม่ได้มีต้นทุนชีวิตอะไรเลย มันจริงอย่างที่ทุกคนพูด หนูมาถึงจุดที่สูงสุดในชีวิตได้ก็เพราะพี่ แต่ถ้าวันนี้ชีวิตหนูจะต้องกลับไปอยู่ในจุดที่เรียกว่าต่ำสุด หนูก็ต้องยอมรับมัน เพราะหนูยังมีคนข้างหลังที่ต้องรับผิดชอบ ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็น หนูอายุพึ่งจะ24 หากเหตุการณ์นี้มันจะสอนให้หนูโตขึ้น และรู้จักคนมากขึ้น หนูก็ยินดีเรียนรู้และยอมรับมัน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องหรือไม่ได้เป็น สุดท้ายแล้วหนูยังยืนยันคำเดิมว่า หนูพยายามช่วยเหลือพี่น้องและทุกคนที่อยู่รอบข้างแบบเต็มที่เท่าที่คนๆนี้จะทำได้แล้ว หากแต่ว่ามันจะมีข้อเสียอยู่บ้าง หนูก็จะน้อมรับ มันอาจจะเป็นแค่ช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิต แต่วันนี้มันก็ทำให้หนูได้รู้ว่าใครที่อยู่ข้างๆเราบ้าง สักวันหนูจะผ่านมันไปให้ได้ค่ะ

