เรียกได้ว่า เป็นแก๊งเพื่อนและเป็นตำนานสุดๆ อย่าง วงซาซ่า ที่ทุกคนก็ต้องรู้จักชื่อของทั้งสามสาว พิม พิมพ์มาดา, น้ำหวาน ฐิติรัศมิ์, แก้ว จรีนา ล่าสุด ทั้งสามคนได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บShow ว่าเคยทะเลาะกันหนัก ถึงขั้นอัลฟอลโล่กันเลยทีเดียว
แต่ก็จะมีเหตุการณ์หนึ่ง ที่ซาซ่าเกือบจะยุบวง?
แก้ว : ต้องถามว่าเป็นเพราะใคร
พิม : คำถามดูคลุมเครือ ถามว่าใครเป็นคนทำ พิมไม่ได้เป็นคนทำ แต่พิมแค่เป็นคนที่มีรีแอ๊คชั่น ซึ่งจริงๆเป็นเรื่องปกติที่เราสามคนทะเลาะกันตลอด เคลียร์กัน คุยกัน มันก็เกิดความเข้าใจมากขึ้นในทุกๆครั้งที่เราคุย ถึงได้อยู่กันนาน แต่ในครั้งล่าสุด มันมีการวางแผน มีคนเข้ามาช่วยจัดการแพลนคอนเสิร์ต รอแก้วกลับมา คือเวลาพิมทำอะไร พิมจะเป็นคนทำจริงจัง ก็เลยอยากจะได้คำตอบเร็วๆ ว่าโอเคไหม
แก้ว : ประเด็นคือว่างานของเราจะมีเดือนธันวา ตอนนั้นคือเดือนมิถุนา พิมพ์มาดา ถามกลับมาว่าทำไมไม่ตอบโทรศัพท์ แกเลยบอกว่า พี่พิมอย่าพึ่งวุ่นวาย รอก่อน คือนางโกรธ

พิม : คือเสียใจมาก ปกติแล้วเป็นคนไม่ทำอะไรให้ใคร คือเรื่องของซาซ่า พิมไม่ยุ่งเลย
แก้ว -น้ำหวาน : พี่พิมคือรักน้องๆ มาก
พิม : แต่เธอใช้คำว่าวุ่นวาย
แก้ว : คือเราอยู่ที่เมกา เวลามันต่างกัน 15 ชั่วโมง เราก็จะมีช้าบ้างอะไรบ้าง แต่มันก็ไม่มีอะไร เราก็เลยบอกว่าให้พักก่อน
พิม : อย่างพอเราเจอแบบนี้ขึ้นมา เราก็คิดว่ามันไปต่อไม่ได้แล้ว มันเหมือนว่าคนหนึ่งที่ตั้งใจทำ แต่อีกสองคนเค้าไม่เห็น อันนี้หมายถึงในมุมที่พิมคิด พิมหรือคิดว่าไม่งั้นมันก็หยุดดีกว่า ถ้าเราคิดว่าอีกคนนึงทำ อีกคนนึงไม่อยากทำ งั้นก็เบรคก่อน
แก้ว : ในมุมของวงเรา ถ้าคนหนึ่งไม่สบายใจ อีกสองคนก็ต้องมาคุยกัน เราก็ต้องหาทางให้อีกคนหนึ่งเค้าสบายใจ เพื่อคุยให้รู้เรื่อง การ ปรับความเข้าใจกัน เราสองคนพยามจะแท็กทีมกัน อธิบายว่าไม่ใช่แบบนี้นะครับพี่พิม
น้ำหวาน : ไม่ใช่เป็นการนินทานะคะ หวานกับแก้วก็เลยบอกว่าไปคุยกันพร้อมกัน เพราะถ้าเราสองคนไปคุยกันเองมันจะดูเหมือนเป็นการนินทา เราไม่อยากทำแบบนั้น
แก้ว : เหมือนเวลาคุยในไลน์ มันไม่มีเสียง มันเป็นแค่ตัวอักษร เราจะไม่รู้ว่าฟิลลิ่งของแต่ละคนคืออะไร ก็บอกว่าพักก่อนสองเดือน สองเดือนก็เลยไม่คุยกันเลย และพี่พิมก็อันฟอโล่แก้วกับน้ำหวาน แรงมาก
พิม : ในมุมพิม พิมต้องไปฮีลใจกับตัวเองก่อน แล้วที่เราเลือกอันฟอลโล่ เพราะเราไม่อยากเห็นเค้าโผล่ขึ้นมา มันทำให้นึกถึงคำพูดที่เขาพูด งั้นขอเบรค พิมเบรคจริงๆ เรื่องนี้มันใหญ่ที่สุดสำหรับพิม
แก้ว : หวานพิมมาบอกแก้วว่า มึงอันฟอลโล่ด้วยนะ
น้ำหวาน : เพราะในสตอรี่ เค้าต้องหมายถึงเราแน่ๆ ก็เลยแคปให้ดู หวานก็บอกว่าถ้าเรายังมีปัญหาตรงนี้กันอยู่ หวานก็ไม่อยากเห็นเหมือนกัน เราก็เลยอัลฟอลโล่ ซึ่งข้อความในสตอรี่ เราก็ไม่อยากตีความว่าเป็นเรา แต่พออ่าน แล้วตีความมันก็คือเรา
แก้ว : แต่เบื้องหลังแก้วก็คุยกับผู้จัดการอยู่แล้วว่า ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าเราเจอกัน เราได้คุยกัน เราก็ได้เคลียร์กัน แล้วทุกอย่างความรู้สึกดีๆ มันก็จะกลับมาเหมือนเดิม และมันก็เป็นจริงๆค่ะ

น้ำหวาน : ตอนแรกเราก็คิดว่ามันเป็นข่าวหรือเปล่า แต่พอเราได้มาคุยกันสามคนพร้อมกัน ก็เป็นเหมือนที่แก้วพูดความรู้สึกดีๆ มันก็กลับมาเหมือนเดิม
โมเมนต์ที่จะต้องกลับมานั่งเคลียร์กันเป็นยังไงบ้าง เห็นว่าต้องเสียน้ำตา?
พิมพ์ : วันนั้นที่ต้องเจอกัน คือต้องมาซ้อมวงเลย ก่อนหน้านั้นที่เราอึนๆ เรายังไม่ได้เคลียร์กัน แต่ต้องซ้อมวงเลย พิมยอมรับว่าเราต้องฮึบ เพราะว่ามันต้องมีสิ่งอื่นที่เราต้องรับผิดชอบมากกว่า ก็เลยคุยว่าเดี๋ยวเราไปกินข้าวกันต่อ
น้ำหวาน : ต่างคนก็ต่างเขิน แต่ทุกอย่างมันก็พยามไม่ให้ผิดปกติ ความสัมพันธ์ของซาซ่ามันเป็นแฟน แต่เวลามานั่งคุยกัน มันก็ต้องมีเปิดใจ ต้องมาพูดคุยกัน เพราะทั้งหมดทั้งมวลคือเราไม่ได้มานั่งนินทากัน เรามาเปิดใจคุยกันตรงๆ เราไม่กลัวว่าที่เราจะต้องมาพูดคำว่าขอโทษ ใครทำอะไรผิดก็ยอมรับ บางทีขอโทษ จนบอกว่าฟังให้จบก่อน
