การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากหากปล่อยให้ระดับน้ำตาลสูงอย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง อาทิ โรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง และปัญหาทางสายตา ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
นอกเหนือจากการดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงการรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว งานวิจัยหลายชิ้นยังระบุถึงบทบาทของผักพื้นบ้านบางชนิด ที่อาจมีส่วนช่วยเสริมในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อรับประทานร่วมกับการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ ผักเหล่านี้ไม่สามารถใช้ทดแทนยารักษาโรคเบาหวานที่แพทย์สั่งได้ และผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการก่อนปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารใดๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและปลอดภัย
1. ตำลึง ตำลึงเป็นผักพื้นบ้านที่คนไทยนิยมนำมาประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นแกงจืด ลวกจิ้มน้ำพริก หรือผัดไข่ นอกจากจะให้พลังงานต่ำแล้ว ยังอุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม ธาตุเหล็ก และใยอาหาร จากการศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า สารสกัดจากใบ ลำต้น และส่วนเหนือดินของตำลึงอาจมีส่วนช่วยกระตุ้นการนำน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์ เพิ่มการหลั่งอินซูลิน และลดการสร้างน้ำตาลจากไกลโคเจน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงในสัตว์ทดลอง นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าอาจช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้อีกด้วย
2. มะระขี้นก มะระขี้นกเป็นสมุนไพรที่ใช้ในตำรับยาแผนโบราณมานานหลายร้อยปี ทั้งในเอเชียและประเทศแถบอื่น ๆ โดยมีงานวิจัยจำนวนมากศึกษาฤทธิ์ในการช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สารสำคัญในมะระขี้นก เช่น ชาแรนติน (Charantin) และ โพลีเปปไทด์-พี (Polypeptide-P) มีรายงานว่าอาจช่วยเพิ่มการหลั่งอินซูลิน เพิ่มความไวต่ออินซูลิน ลดการสร้างน้ำตาลจากตับ และชะลอการดูดซึมน้ำตาลในลำไส้ จึงทำให้มะระขี้นกเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในการศึกษาด้านโรคเบาหวาน
3. ชะพลู ชะพลูเป็นผักพื้นบ้านที่นิยมนำมารับประทานสดหรือใช้ประกอบอาหาร เช่น เมี่ยงคำ แกงคั่ว และแกงกะทิ อีกทั้งยังมีงานวิจัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศที่ศึกษาฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือด ผลการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า น้ำสกัดจากชะพลูอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของสัตว์ที่เป็นเบาหวานได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอที่จะยืนยันผลในผู้ป่วยเบาหวาน จึงควรรับประทานในรูปแบบอาหารตามปกติ และไม่ควรใช้แทนยา นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคไตควรระมัดระวังการรับประทานชะพลูในปริมาณมาก เนื่องจากใบชะพลูมีสารแคลเซียมออกซาเลต ซึ่งอาจเพิ่มภาระการทำงานของไตได้
4. ผักเชียงดา ผักเชียงดา หรือผักจินดา เป็นผักพื้นบ้านที่พบมากในภาคเหนือของประเทศไทย และได้รับความสนใจจากนักวิจัยทั้งในไทยและต่างประเทศ เนื่องจากมีสารสำคัญชื่อ Gymnemic Acid ซึ่งมีรายงานว่าอาจช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้ ลดการลำเลียงน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด และอาจช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งอินซูลิน แม้ว่าการศึกษาในสัตว์ทดลองและอาสาสมัครบางส่วนจะให้ผลที่น่าสนใจ แต่การศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ยังให้ผลที่ไม่สอดคล้องกัน จึงยังจำเป็นต้องมีการศึกษาคุณภาพสูงเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ