จากเว็บต่างประเทศ ได้รายงานว่า ถานตุนฉือ ผู้เชี่ยวชาญด้านสารพิษและสิ่งแวดล้อมชื่อดังจากไต้หวัน ได้ออกมาแจ้งเตือนผ่านรายการสุขภาพเกี่ยวกับ "5 ผักยอดนิยม" ที่ห้ามกินดิบ หรือห้ามปรุงไม่สุกเด็ดขาด เพราะอาจได้รับสารพิษตามธรรมชาติที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า แม้คนส่วนใหญ่จะรู้ดีว่าต้องล้างผักให้สะอาดก่อนนำมาปรุงอาหาร แต่สำหรับผักทั้ง 5 ชนิดนี้ ลำพังแค่การล้างน้ำยังไม่เพียงพอ ทว่าจำเป็นต้องผ่านความร้อนจน "สุกร้อยเปอร์เซ็นต์" เท่านั้น เพื่อทำลายสารพิษตามธรรมชาติที่ซ่อนอยู่ภายในเส้นใยของพืช
1: หน่อไม้, ถั่วจักรพรรดิ, มันสำปะหลัง เสี่ยงพิษ "ไซยาไนด์"
ผัก 3 ชนิดแรกที่ถูกสั่งห้ามกินดิบเด็ดขาดคือ หน่อไม้, ถั่วลิมา และมันสำปะหลัง เนื่องจากในพืชกลุ่มนี้มีสารตามธรรมชาติที่เรียกว่า "ไซยาโนจีนิก ไกลโคไซด์" ซึ่งหากเรากินเข้าไปโดยไม่ผ่านความร้อนที่นานและสูงพอ สารนี้จะเปลี่ยนรูปเป็น "ไซยาไนด์" ซึ่งเป็นสารพิษร้ายแรงชนิดเดียวกับที่ฆาตกรใช้ในการวางยา
ถานตุนฉือได้ยกเคสอุทาหรณ์สะเทือนขวัญที่เคยเกิดขึ้นในต่างประเทศ เมื่อโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งมีพ่อค้าทำเมนูมันสำปะหลังทอดราดซอสช็อกโกแลตขายให้เด็ก ๆ แต่เนื่องจากวันนั้นขายดีมาก พ่อค้าจึงเร่งรีบตักขึ้นมาขายทั้งที่ "มันสำปะหลังยังไม่สุกดี" ส่งผลให้เด็กนักเรียนในหมู่บ้านนั้นเกิดอาการอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรงและเสียชีวิตในที่สุด
นอกจากนี้ สำหรับเมนูยอดฮิตอย่าง "หน่อไม้" หลายคนมักคิดว่าแค่ต้มในน้ำเดือดแปบเดียวก็กินได้แล้ว แต่ในความเป็นจริง ส่วนแกนกลางของหน่อไม้มักจะยังไม่สุกดี อาจารย์ถานจึงแนะเคล็ดลับส่วนตัวว่า ควรอัดน้ำให้เยอะแล้วนำไป "นึ่งในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า" แทน เพื่อการันตีว่าความร้อนจะแทรกซึมจนสุกทั่วถึงจากข้างในสู่ข้างนอก
2: ถั่วแขก และ ดอกไม้จีนสด เสี่ยงท้องเสีย-ลำไส้อักเสบ
ผักอีก 2 ชนิดที่มักพบเคสคนไข้บ่อย ๆ คือ ถั่วแขก และดอกไม้จีนสด โดยในส่วนของถั่วแขกนั้นจะมีสารที่ชื่อว่า "ซาโปนิน" ซึ่งหากร้านอาหารปรุงไม่สุก เช่น เมนูถั่วแขกทอดตามร้านสตรีทฟู้ดที่ทอดเร็วเกินไปเพราะกลัวผักเหี่ยว เมื่อกินเข้าไปจะออกฤทธิ์ระคายเคืองระบบทางเดินอาหารอย่างรุนแรง ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสียอย่างหนัก
ส่วน "ดอกไม้จีนสด" ที่มักนำมาใส่ในแกงจืดหรือผัดผัก หากกินแบบไม่สุกจะมีสาร "โคลชิซีน" ตกค้างอยู่ ซึ่งสารตัวนี้จะเข้าไปทำลายระบบทางเดินอาหารและสร้างความเสียหายต่อร่างกายได้เช่นกัน