เรียกได้ว่า เป็นนักแสดงสาวมากความสามารถ ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง ได้ออกมาเปิดใจถึงประสบการณ์ด้านสุขภาพที่ทำให้เธอต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนานกว่า 2 สัปดาห์ โดยต้าเหนิงเปิดเผยว่า เธอต้องเผชิญกับอาการน้ำท่วมปอด ซึ่งส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอและต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน เธอยอมรับว่ามีช่วงเวลาหนึ่งที่เธอเองก็อดคิดไม่ได้ถึงสถานการณ์ที่อาจเลวร้ายที่สุด แต่ก็พยายามประคับประคองจิตใจให้ผ่านพ้นไปได้
นอกจากความท้าทายทางกายภาพแล้ว การต้องนอนนิ่งๆ อยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลานานยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเธออีกด้วย ต้าเหนิงเล่าว่าเธอเกือบจะเผชิญกับภาวะซึมเศร้าจากการที่ต้องอยู่นิ่งๆ และไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม เธอก็สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้มาได้ และกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

เป็นไงบ้าง อาการป่วย ค่าต่าง ๆ ดีขึ้นหรือยัง?
“ปกติแล้วค่ะ (จริงๆ มันเกิดจากการกินคลีนเหรอ?) ไม่ๆ ค่ะ คือจริง ๆ อันนั้นหนู ว่าเหมือนมันมีหลายสาเหตุ เพราะว่าสาเหตุมันไม่ได้สามารถหาได้ชัดๆ เหมือนมันมีหลายอย่าง อาจจะเป็นที่ภูมิตกด้วย แล้วก็ดันไปกินอาหารที่เรารู้สึกว่ามันสะอาดแล้ว มันเป็นอาหารนอกบ้านที่เราก็ไม่แน่ใจว่าเขาอะไรยังไง คือหลักๆ ก็คือภูมิหนูอ่ะต่ำมากกว่า”
การทำให้มันดีขึ้น ยากไหม ที่ผ่านมาดูแลตัวเองยังไง?
“ก็เป็นหน้าที่ของหมอนิดหน่อยค่ะ เพราะว่าตอนนั้นหนูก็นอนโรงพยาบาลอยู่ค่อนข้างนานเหมือนกัน เกือบ 2 อาทิตย์กว่าค่ะ ออกมาก็เหมือนค่าทุกอย่างปกติแล้ว แต่ว่าก็ต้องใช้เวลากว่าที่แบบมันจะโอเค กว่าที่น้ำอยู่ในปอดจะหายหมด เพราะว่าตอนนั้นก็ค่อนข้างหนักอยู่เหมือนกัน”
2 อาทิตย์ก็ตกใจนะ เพราะอาการค่อนข้างที่จะหนัก?
“ก็เป็นอะไรใหม่ๆ แต่ว่าหนูก็ป่วยหนักมาค่อนข้างหลายรอบ ก็จะมีอะไรมาชาเลนจ์เราตลอดเวลา”

อย่างนี้พอจะอัพเดตล่าสุดว่าตอนนี้เป็นไงบ้าง?
“ตอนนี้ก็ค่าทุกอย่างปกติหมดแล้วค่ะ เหลือแค่รอให้ร่างกายหนูให้มันกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม เพราะว่ากลไกต่างๆ ต้องใช้เวลาค่ะ”
คุณหมอต้องบอกไหมคะว่าเราต้องระมัดระวังอะไรยังไง หรือแบบเปลี่ยนวิธีการกิน?
“จริงๆ ก็คือหาบาลานซ์ให้เจอค่ะ เพราะว่าก่อนหน้านี้พอทำงานหนักมากก็จะนอนน้อย แล้วก็อาจจะทำให้ภูมิตก สุขภาพโดยรวมมันไม่ดี ก็คือต้องกลับมาทำทุกอย่างให้มันเฮลตี้ให้ได้ค่ะ”
มันมีความกังวลไหมคะ เพราะเราต้องทำงานแบบนี้ กลัวว่ามันจะกลับมาใหม่อีก?
“ก็มีโอกาสเกิดขึ้นอยู่แล้วค่ะ แต่ว่าก็พยายามทำให้ตัวเองแบบเฮลตี้ที่สุด เท่าที่ทำได้ ไม่ได้กดดันตัวเองมากขนาดนั้นค่ะ”
เรียกว่าหวุดหวิด เกือบแล้ว? “เออ ก็เรียกว่าเป็นแบบนั้นค่ะ”
