จากเว็บต่างประเทศ ได้รายงานว่า นพ. เหลียง เหว่ยสยง (Leung Wing Hung) อายุรแพทย์โรคหัวใจ (ไต้หวัน) อธิบายว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเกิดจากการอุดตันอย่างรุนแรงของหลอดเลือดแดงหัวใจ ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและขาดออกซิเจน ซึ่ง "นาทีทอง (Golden Hour)" ในการยื้อชีวิตมีเพียง 6 ชั่วโมงแรกเท่านั้น หากช้ากว่านี้กล้ามเนื้อหัวใจจะเริ่มตาย เซลล์หัวใจวาย และนำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะขั้นรุนแรงหรือหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจนเสียชีวิต
ที่น่ากลัวคือ ประมาณ 40% ของผู้ป่วยเสียชีวิตทันทีที่โรคเริ่มกำเริบ โดยสัญญาณเตือนภัย 7 ประการที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแค่ความเหนื่อยล้า มีดังนี้
-เจ็บแน่นหน้าอกคล้ายมีของหนักทับ: ร้าวระบมบริเวณอกซ้ายหรือหลังกระดูกอก -ความเจ็บปวดลุกลาม: อาการปวดร้าวลามขึ้นไปที่ลำคอ กราม ไหล่ซ้าย หรือร้าวลงไปตามแขนซ้าย
-หายใจไม่ออก หอบเหนื่อย: เกิดขึ้นกะทันหันแม้ในขณะนั่งพัก หรือขยับตัวเพียงเล็กน้อย
-เหงื่อออกตัวเย็น: จู่ๆ มีเหงื่อกาฬไหลโชกท่วมตัว ทั้งที่สภาพอากาศไม่ได้ร้อน -หน้ามืด วิงเวียน ทรงตัวไม่อยู่: เกิดจากปริมาณเลือดที่ส่งไปเลี้ยงสมองลดลงอย่างเฉียบพลัน
-คลื่นไส้ อาเจียน หรือแน่นท้อง: สัญญาณนี้อันตรายมากเพราะคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน
-อ่อนเพลียขั้นสุดอย่างหาสาเหตุไม่ได้: รู้สึกหมดแรง ร่างกายเหมือนถูกสูบพลังงานจนลุกไม่ไหว ทั้งที่ไม่ได้ทำงานหนัก
กลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง, เบาหวาน, โรคอ้วน หรือผู้ที่เครียดสะสมเป็นประจำ จำเป็นต้องเฝ้าระวังและสังเกตอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิดที่สุด หากพบความผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ทันที