ข่าวสังคม - โซเชียล

หมอ เผยมะเร็งลำไส้ เริ่มจากจุดเล็กๆที่หลายคนมองข้ามจากสัญญาณเตือน

|
หมอ เผยมะเร็งลำไส้ เริ่มจากจุดเล็กๆที่หลายคนมองข้ามจากสัญญาณเตือน

วันที่ 17 มิ.ย. 69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “หมอเจด” ระบุว่า มะเร็งลำไส้หลายเคสไม่ได้เริ่มจากก้อนใหญ่ตั้งแต่แรกครับ บางเคสเริ่มจาก “ติ่งเนื้อ” เล็ก ๆ ในลำไส้ที่โตเงียบ ๆ โดยไม่มีอาการ ไม่ปวดท้อง ไม่ถ่ายเป็นเลือด และถ่ายปกติก็ยังเป็นไปได้ ปัญหาคือเราไม่รู้เลยว่าติ่งเนื้อเกิดขึ้นตอนไหน ถ้าไม่ตรวจคัดกรอง บางคนมารู้อีกทีก็ตอนที่รอยโรคโตขึ้น หรือกลายเป็นมะเร็งแล้ว วันนี้ผมอยากพามาดูว่า ติ่งเนื้อเกี่ยวกับมะเร็งลำไส้ยังไง และทำไมการส่องกล้องถึงสำคัญกว่าการรอให้มีอาการครับ

1️. มะเร็งลำไส้บางส่วนเริ่มจากติ่งเนื้อ แต่ไม่ใช่ติ่งเนื้อทุกอันจะเป็นมะเร็ง ติ่งเนื้อคือเนื้อที่งอกยื่นออกมาจากผนังลำไส้ครับ บางชนิดแทบไม่อันตราย แต่บางชนิด เช่น adenoma หรือ serrated polyp บางแบบ มีโอกาสค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นมะเร็งได้ โดยเฉพาะถ้าขนาดใหญ่ขึ้น มีหลายก้อน หรือมีลักษณะเซลล์ผิดปกติ เพราะฉะนั้นเจอติ่งเนื้อไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งทันที แต่อย่าชิลจนไม่ติดตามครับ

2️. จุดที่น่ากลัวคือ ติ่งเนื้อมักเงียบมาก ติ่งเนื้อเล็ก ๆ ส่วนใหญ่ไม่ทำให้ปวดท้อง ไม่ทำให้ถ่ายผิดปกติ และไม่ทำให้เลือดออกชัด ๆ ครับ บางคนถ่ายทุกวัน กินได้ น้ำหนักไม่ลด ก็ยังอาจมีติ่งเนื้อได้ นี่แหละครับที่ทำให้มะเร็งลำไส้ต่างจากโรคที่มีอาการเตือนชัด ๆ ถ้ารอให้ร่างกายส่งเสียง บางครั้งมันอาจไม่ใช่ระยะเริ่มแล้ว

3️. จากติ่งเนื้อไปเป็นมะเร็ง มักใช้เวลาหลายปี นี่คือโอกาสของเรา ข่าวดีคือมะเร็งลำไส้จำนวนหนึ่งไม่ได้เปลี่ยนในคืนเดียว แต่มักค่อย ๆ เปลี่ยนจากติ่งเนื้อ เป็นเซลล์ผิดปกติ แล้วค่อยพัฒนาเป็นมะเร็งในเวลาหลายปี จุดนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเราตรวจเจอตอนยังเป็นติ่งเนื้อ แพทย์สามารถตัดออกได้ ลดโอกาสที่มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตได้ .

4️. ส่องกล้องลำไส้ ไม่ได้มีไว้แค่หามะเร็ง หลายคนคิดว่าส่องกล้องคือการตรวจหา “ก้อนมะเร็ง” อย่างเดียว จริง ๆ แล้วข้อดีใหญ่ของการส่องกล้องคือมันเห็นติ่งเนื้อได้ และหลายครั้งตัดออกได้ในครั้งเดียว การส่องกล้องจึงเป็นทั้งการตรวจ และในบางกรณีเป็นการป้องกันก่อนเกิดมะเร็ง ไม่ใช่รอให้เป็นแล้วค่อยหาอย่างเดียวครับ

5️. FIT test ช่วยคัดกรองได้ แต่ไม่ได้แทนส่องกล้องในทุกสถานการณ์ การตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ หรือ FIT test เป็นตัวเลือกคัดกรองที่ดี ใช้ง่าย และเหมาะกับหลายคน แต่ถ้าผลผิดปกติ หรือมีอาการน่าสงสัย เช่น ถ่ายเป็นเลือด ซีด น้ำหนักลด หรือถ่ายเปลี่ยนต่อเนื่อง ก็ต้องตรวจต่อ ไม่ใช่ตรวจอุจจาระครั้งเดียวแล้วจบ เพราะติ่งเนื้อบางก้อนหรือรอยโรคบางตำแหน่งอาจไม่ได้เลือดออกตลอดเวลาครับ

6️. ถ่ายเป็นเลือดไม่ใช่สัญญาณแรกเสมอไป การรอให้ถ่ายเป็นเลือดก่อนค่อยตรวจ เป็นสิ่งที่ผมไม่แนะนำครับ เพราะติ่งเนื้อและมะเร็งลำไส้ระยะแรกอาจไม่มีอาการได้ บางคนเลือดออกน้อยจนตาเปล่ามองไม่เห็น หรือยังไม่เลือดออกเลยก็ได้ ถ้ารอจนถ่ายเป็นเลือดชัด ซีด น้ำหนักลด ปวดท้อง หรืออุดตัน บางครั้งโรคอาจเดินไปไกลกว่าที่ควรแล้ว

7️. อายุ 45+ ควรเริ่มคุยเรื่องคัดกรอง แม้ไม่มีอาการ คนความเสี่ยงเฉลี่ยควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ตั้งแต่อายุ 45 ปีครับ วิธีตรวจมีหลายแบบ เช่น ตรวจอุจจาระ หรือส่องกล้องลำไส้ใหญ่ แพทย์จะช่วยเลือกให้เหมาะกับความเสี่ยงและความพร้อมของแต่ละคน แต่ประเด็นคืออย่ารอให้มีอาการก่อน เพราะติ่งเนื้อและมะเร็งลำไส้ช่วงแรกอาจเงียบมาก

8️. ถ้ามีประวัติครอบครัว ต้องคุยกับหมอให้เร็วขึ้น ถ้าพ่อ แม่ พี่น้อง หรือลูก เคยเป็นมะเร็งลำไส้ หรือติ่งเนื้อชนิดเสี่ยงสูง โดยเฉพาะถ้าเป็นตอนอายุน้อย กลุ่มนี้อาจต้องเริ่มตรวจเร็วกว่าเกณฑ์ทั่วไปหรือถี่กว่าคนทั่วไปครับ ไม่ควรใช้สูตรเดียวกับคนไม่มีประวัติครอบครัว

ไม่อยากเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ เริ่มดูแลลำไส้ตั้งแต่วันนี้

- เพิ่มไฟเบอร์จากผัก ผลไม้ไม่หวานจัด และธัญพืชไม่ขัดสี เพราะสัมพันธ์กับสุขภาพลำไส้และช่วยเรื่องการขับถ่าย แต่ไม่ได้แปลว่ากินแล้วป้องกันมะเร็งได้ 100%

- เพิ่มอาหารที่มีจุลินทรีย์ดี เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ นมเปรี้ยวไม่หวาน กิมจิ หรือผักดองสะอาด เพื่อช่วยสมดุลลำไส้และการขับถ่ายในบางคน แต่ไม่ใช่ยากันมะเร็งครับ

- ลดเนื้อแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน กุนเชียง และไม่กินของไหม้เกรียมบ่อย ๆ เพราะอาหารกลุ่มนี้สัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกินบ่อยและกินนาน

- คุมน้ำหนัก รอบเอว น้ำตาล และขยับตัวมากขึ้น เพราะอ้วนลงพุง เบาหวานชนิดที่ 2 และการไม่ค่อยขยับตัว เป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งลำไส้มากขึ้นได้

- ลดบุหรี่และแอลกอฮอล์ เพราะเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งลำไส้ในข้อมูลหลายชุดครับ

- ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายดำ ซีด น้ำหนักลด อุจจาระลำเล็กลง หรือถ่ายเปลี่ยนต่อเนื่อง อย่าปลอบใจว่าเป็นแค่ริดสีดวงหรือท้องผูกเสมอไป ควรตรวจให้ชัด

- ถึงกินดี ออกกำลังกายดี ก็ยังต้องคัดกรองเมื่อถึงวัย เพราะติ่งเนื้อหลายก้อนเงียบมาก อายุ 45+ หรือมีประวัติครอบครัว ควรคุยกับแพทย์เรื่องตรวจคัดกรองครับ

มะเร็งลำไส้หลายเคสไม่ได้โผล่มาเป็นมะเร็งทันทีนะ แต่บางส่วนเริ่มจากติ่งเนื้อที่โตเงียบ ๆ และเราแทบไม่รู้เลยถ้าไม่ตรวจ ไม่ใช่ติ่งเนื้อทุกอันจะกลายเป็นมะเร็ง แต่บางชนิดมีโอกาสเปลี่ยนได้ถ้าปล่อยไว้นาน การส่องกล้องจึงไม่ใช่แค่การ “หามะเร็ง” แต่เป็นโอกาสในการเจอติ่งเนื้อและตัดออกก่อนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ อย่ารอให้มีอาการก่อนค่อยตรวจครับ โดยเฉพาะอายุ 45+ หรือมีประวัติครอบครัว ควรเริ่มคุยเรื่องคัดกรองได้แล้ว ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News