ข่าวสังคม - โซเชียล

หมอเจด เตือน! คนลงพุง ระวังเสี่ยงเป็นมะเร็ง

|
หมอเจด เตือน! คนลงพุง ระวังเสี่ยงเป็นมะเร็ง

วันที่ 8 มิ.ย. 69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “หมอเจด” ระบุว่า หลายคนมองพุงว่าเป็นแค่เรื่องรูปร่างครับ กางเกงแน่น เสื้อปิดพุงไม่มิด แค่นั้น แต่ในมุมหมอ “พุง” ไม่ใช่แค่ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังนะครับ โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง หรือ Visceral fat มันเป็นไขมันที่ขยันปล่อยสารอักเสบ ทำให้ดื้ออินซูลิน น้ำตาลแกว่ง ไขมันพอกตับ และฮอร์โมนรวนได้เรื่อย ๆ พูดง่าย ๆ คือพุงไม่ได้อยู่เฉย ๆ มันคอยก่อกวนระบบเผาผลาญทั้งวัน และความรวนพวกนี้เกี่ยวกับความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดได้ครับ

1️. พุงทำให้ร่างกายอักเสบเรื้อรัง ไขมันหน้าท้องไม่ได้เป็นแค่ที่เก็บพลังงานครับ แต่มันปล่อยสารอักเสบออกมาได้ พอร่างกายอยู่ในภาวะอักเสบเรื้อรังนาน ๆ เซลล์ต่าง ๆ ก็เหมือนโดนกระตุ้นและซ่อมแซมซ้ำ ๆ ความผิดพลาดของเซลล์มีโอกาสเกิดมากขึ้น นี่คือหนึ่งในกลไกที่ทำให้ภาวะอ้วนลงพุงเกี่ยวกับมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งไตครับ

2️. ดื้ออินซูลิน ทำให้สัญญาณการโตของเซลล์มากขึ้น คนลงพุงมักมีภาวะ Insulin resistance หรือดื้ออินซูลินร่วมด้วยครับ พอเซลล์ไม่ค่อยฟังอินซูลิน ร่างกายก็ต้องหลั่งอินซูลินมากขึ้น อินซูลินที่สูงเรื้อรังไม่ได้มีหน้าที่แค่คุมน้ำตาล แต่มันเกี่ยวกับสัญญาณการเจริญเติบโตของเซลล์ด้วย รวมถึงระบบ IGF-1 ที่เกี่ยวกับการแบ่งตัวของเซลล์ ถ้าระบบนี้ถูกกระตุ้นนาน ๆ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดได้ โดยเฉพาะกลุ่มลำไส้ ตับอ่อน และเยื่อบุโพรงมดลูกครับ

3️. ไขมันพอกตับ คือสะพานไปสู่ตับอักเสบเรื้อรัง คนอ้วนลงพุงจำนวนมากมีไขมันพอกตับโดยไม่รู้ตัวครับ แรก ๆ อาจแค่ค่าตับ ALT, GGT ขยับนิดหน่อย หรือไม่มีอาการเลย แต่ถ้าปล่อยไปนาน ไขมันพอกตับบางคนกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง มีพังผืด ตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับได้ ไม่ใช่คนดื่มเหล้าเท่านั้นที่ตับพังนะครับ คนหวานจัด แป้งเยอะ พุงใหญ่ ก็พาตับไปถึงจุดนั้นได้เหมือนกัน

4️. ในผู้หญิง ไขมันเกี่ยวกับฮอร์โมนเอสโตรเจน หลังวัยหมดประจำเดือน ไขมันในร่างกายสามารถเป็นแหล่งสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ครับ ถ้าไขมันเยอะ ฮอร์โมนบางตัวอาจอยู่ในระดับที่กระตุ้นเนื้อเยื่อไวต่อฮอร์โมนมากขึ้น จึงเกี่ยวกับความเสี่ยงมะเร็งเต้านมหลังหมดประจำเดือน และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ อันนี้คือเหตุผลที่ผมไม่อยากให้มองพุงเป็นแค่เรื่องความสวยความงามครับ มันเกี่ยวกับฮอร์โมนจริง ๆ

5️. มะเร็งที่สัมพันธ์กับอ้วนลงพุงมีหลายชนิด ถ้าพูดแบบให้จำง่าย กลุ่มที่มักถูกพูดถึงคือ มะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งตับ, มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งไต, มะเร็งถุงน้ำดี, มะเร็งหลอดอาหารบางชนิด, มะเร็งเต้านมหลังหมดประจำเดือน และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ไม่ได้แปลว่าคนมีพุงต้องเป็นมะเร็งนะครับ แต่แปลว่าพุงเป็นหนึ่งใน “ตัวเร่งความเสี่ยง” ที่เราแก้ได้ ดีกว่าปล่อยไว้แล้วมาลุ้นทีหลัง

6️. ข่าวดีคือ ลดพุงไม่ต้องลดเยอะก็เริ่มลดความเสี่ยงได้ ไม่จำเป็นต้องผอมทันทีครับ แค่ลดน้ำหนักลงประมาณ 5–10% ของน้ำหนักตัวเดิม รอบเอวลดลง น้ำตาลดีขึ้น ไตรกลีเซอไรด์ลดลง ไขมันพอกตับดีขึ้น ระบบอักเสบก็มักดีขึ้นตาม นี่คือการลดภาระให้ร่างกายจริง ๆ ไม่ใช่ลดเพื่อให้ตัวเลขบนตาชั่งสวยอย่างเดียวครับ

ถ้าอยากลดพุงเพื่อลดความเสี่ยงโรค เริ่มแบบนี้ครับ

- ลดน้ำหวาน น้ำผลไม้ ชาเย็น กาแฟหวาน เพราะทำให้น้ำตาลและ TG พุ่งง่าย

- ลดแป้งขัดขาวและคาร์บซ้อนคาร์บ เช่น ข้าวแล้วมีเส้น ของหวาน ผลไม้หวานตาม

- เพิ่มโปรตีนให้พอทุกมื้อ เช่น ไข่ ปลา ไก่ เต้าหู้ นมจืด หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

- เพิ่มผักและไฟเบอร์ ช่วยให้อิ่มนาน ลำไส้ดี และน้ำตาลหลังมื้อนิ่งขึ้น

- เดินหลังอาหาร 10–15 นาที ให้กล้ามเนื้อช่วยดึงน้ำตาลไปใช้

- ฝึกแรงต้าน 2–3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อรักษากล้ามเนื้อและช่วยระบบเผาผลาญ

- นอนให้พอ เพราะนอนพังทำให้หิวหวาน ดื้ออินซูลิน และลดพุงยากขึ้น

- ตรวจสุขภาพตามวัย โดยเฉพาะน้ำตาล ไขมัน ค่าตับ และคัดกรองมะเร็งตามความเสี่ยง

พุงไม่ใช่แค่ไขมันที่ทำให้ใส่เสื้อผ้ายากครับ แต่มันเป็นสัญญาณว่าระบบเผาผลาญ ฮอร์โมน ตับ น้ำตาล และการอักเสบอาจเริ่มรวนแล้ว ถ้าเริ่มลดพุงวันนี้ ไม่ได้ลดแค่ความอ้วน แต่ลดภาระให้หลอดเลือด ตับ ลำไส้ และลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังหลายอย่างในระยะยาวด้วย ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News