ข่าวสังคม - โซเชียล

พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม สัญญาณเตือนฮีทสโตรกในเด็ก ภาวะฉุกเฉินจากความร้อน

|
พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม สัญญาณเตือนฮีทสโตรกในเด็ก ภาวะฉุกเฉินจากความร้อน

ช่วงปิดเทอมใหญ่ คือเวลาที่เด็ก ๆ รอคอย เพราะได้ออกจากห้องเรียน ไปวิ่งเล่น ออกกำลังกาย และใช้ชีวิตกลางแจ้งอย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน ช่วงนี้ก็มาพร้อมกับ อากาศร้อนจัดที่สุดของปี ซึ่งอาจแฝงอันตรายที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม นั่นคือ “โรคลมแดด” หรือ “ฮีทสโตรก (Heat Stroke)” โดยเฉพาะในเด็กเล็ก เด็กวัยประถม หรือเด็กที่กำลังเพลิดเพลินกับกิจกรรม มักไม่รู้ตัวว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือน หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาการอาจรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว และอาจอันตรายถึงชีวิตไม่ต่างจากผู้ใหญ่

โดยปกติ ร่างกายมนุษย์จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 36.1–37 องศาเซลเซียส ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะร่างกายมีการสร้างความร้อนจากกระบวนการเผาผลาญพลังงานอยู่ตลอดเวลา

เมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นจาก

-การออกกำลังกาย

-การอยู่ในสภาพอากาศร้อนหรืออบอ้าว

-การขาดน้ำ

สัญญาณเตือนฮีทสโตรกในเด็ก ที่พ่อแม่ต้องสังเกต

-อ่อนเพลียผิดปกติ เล่นต่อไม่ไหว

-ตัวแดงเหมือนมีไข้ แต่เมื่อจับกลับรู้สึกตัวเย็น

-คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ

-กระวนกระวาย สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง

-กล้ามเนื้อเป็นตะคริว

-ผิวหนังแห้ง ไม่มีเหงื่อ

-ชีพจรเต้นเร็วและแรง

-หมดสติ (ในรายรุนแรง)

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเด็กมีอาการฮีทสโตรก

การลดอุณหภูมิร่างกายอย่างถูกวิธี มีส่วนสำคัญในการช่วยชีวิตเด็ก ควรทำดังนี้

1.พาเด็กออกจากบริเวณร้อน ไปยังที่ร่มหรือห้องแอร์

2.จัดให้นอนราบ ยกเท้าสูงเล็กน้อย

3.คลายหรือปลดเสื้อผ้าที่รัดแน่น

4.ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว โดยเฉพาะซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ

5.หากเด็กยังรู้สึกตัว ให้จิบน้ำทีละน้อย

6.รีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งราดตัว เพราะอาจทำให้ร่างกายช็อกหรือเกิดตะคริวรุนแรง

เด็กกลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังเป็นพิเศษ

-เด็กอ้วนหรือมีน้ำหนักเกิน

-เด็กที่มีโรคประจำตัว

-เด็กที่ต้องใช้ยาบางชนิด

ควรพิจารณาลดกิจกรรมหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่อากาศร้อนจัด

ฮีทสโตรกเกิดได้กับทุกวัย แต่สำหรับเด็กความไร้เดียงสาและความเพลิดเพลินกับกิจกรรม อาจทำให้มองข้ามสัญญาณอันตรายของร่างกายได้ง่าย

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News