นักวิจัยคอนเฟิร์ม! เครื่องดื่ม 1 ชนิด ช่วยกันสโตรก-ลดเสี่ยงอัมพาตได้ 40% เผยกินยังไงให้ได้ยา

นักวิจัยคอนเฟิร์ม! เครื่องดื่ม 1 ชนิด ช่วยกันสโตรก-ลดเสี่ยงอัมพาตได้ 40% เผยกินยังไงให้ได้ยา

หลายคนไม่รู้จัก โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือที่เรียกกันติดปากว่าสโตรก ถือเป็นมัจจุราชเงียบที่คร่าชีวิตและทำให้เกิดความพิการเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ข้อมูลจากการประชุมวิชาการนานาชาติที่ดานัง ปี 2026 ระบุว่า แม้แต่ในเวียดนามเองก็มีผู้ป่วยใหม่ถึง 200,000 รายต่อปี และที่น่ากังวลคือ "คนอายุน้อย" เริ่มเป็นโรคนี้กันมากขึ้น จากพฤติกรรมเนือยนิ่ง กินหวาน และความเครียด

วารสาร Stroke ของ สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ได้ตีพิมพ์งานวิจัยที่ติดตามกลุ่มตัวอย่างกว่า 83,000 คน นานถึง 13 ปี ผลปรากฏว่า:

ฃ นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยจาก Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism ที่วิเคราะห์ข้อมูลจาก BioBank ของอังกฤษกว่า 3.6 แสนคน พบว่าคนที่ได้รับคาเฟอีน 200–300 มก. ต่อวัน (จากกาแฟหรือชา) มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดหลายชนิดพร้อมกัน ลดลงถึง 40%

เหตุผลหลักคือ สารต้านอนุมูลอิสระ ในกาแฟ ช่วยลดการอักเสบ ปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด และช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง ซึ่งเป็นเกราะป้องกันชั้นดีของสมอง

ดื่มกาแฟอย่างไรให้เป็น "ยา" (ไม่ใช่ยาพิษ) 4 กฎเหล็กจากการศึกษาที่แนะนำให้ทำตาม:

1. เวลาทองคือ 09.30 - 11.30 น. ช่วงเช้าตรู่ร่างกายจะมีฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูงอยู่แล้วเพื่อให้เราตื่นตัว การอัดกาแฟเข้าไปตอนนั้นอาจทำให้ดื้อคาเฟอีนได้ง่าย ช่วงสายๆ ที่ระดับฮอร์โมนเริ่มลดลง จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะเติมคาเฟอีน

2. "กาแฟดำ" คือที่สุด ศัตรูตัวจริงของสุขภาพไม่ใช่กาแฟ แต่คือ "นมข้นหวาน น้ำตาล และครีมเทียม" หากอยากได้ประโยชน์เต็มๆ ควรฝึกดื่ม อเมริกาโน่ หรือกาแฟดำ หากทำใจไม่ได้จริงๆ ให้ใช้นมถั่วเหลืองหรือนมอัลมอนด์สูตรไม่หวานแทน

3. ร้อนดีกว่าเย็น กาแฟร้อนที่ชงสดใหม่มักคงสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่า และส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีการเติมน้ำเชื่อมเยอะเท่าเมนูกาแฟเย็นปั่นที่อุดมไปด้วยแคลอรีแฝง

4. อย่าเกิน 4 แก้ว องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) แนะนำว่าผู้ใหญ่ไม่ควรรับคาเฟอีนเกิน 400 มก. ต่อวัน (ประมาณ 4-5 แก้ว) หากมากเกินไปอาจทำให้ใจสั่น นอนไม่หลับ และความดันขึ้นได้

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ