เปิดยุทธศาสตร์ รัฐบาลรวมไทยสร้างชาติ 100 วันแรก อรรถวิชช์ ชูฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติทลายทุนผูกขาด คุมเข้มชายแดน
เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทาง ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงวิสัยทัศน์บนเวที Tha Prachan Election Debate โดยกล่าวถึงแนวทางการทำงานของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเฉพาะสิ่งที่จะดำเนินการในช่วง 100 วันแรกหากได้บริหารประเทศ

ดร.อรรถวิชช์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยระบุว่า ต้องทำอย่างสมดุล โดยเฉพาะนโยบายประชานิยมที่ยังสามารถทำได้ หากออกแบบให้เหมาะสมและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง โดยการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ GDP ต้องขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลัก 4 เรื่อง ได้แก่ การบริโภคในประเทศ การลงทุน รายจ่ายของภาครัฐ และการส่งออก ซึ่งทุกส่วนต้องทำงานไปพร้อมกัน และรัฐบาลสามารถเลือกได้ว่าจะลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน หรือกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งสิ่งสำคัญไม่ใช่เพียง "แจก" หรือ "ไม่แจก" แต่ต้องดูว่าเมื่อแจกแล้วเงินที่ออกไปสามารถสร้างรอบหมุนทางเศรษฐกิจได้กี่รอบ ยกตัวอย่างกรณีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,500 บาท หากเงินถูกส่งตรงถึงมือผู้สูงอายุ เงินจำนวนนี้มักถูกนำไปใช้จ่ายทันที ไม่ถูกเก็บไว้ ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายตั้งแต่แผงลอย ร้านค้าชุมชน ไปจนถึงร้านค้าปลีก ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนต่อเนื่องเป็นทอดๆ ขณะเดียวกันตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายในลักษณะ "การชิงโชค" หรือ "หวย" โดยระบุว่า แม้จะมีผู้ถูกรางวัลและได้เงินก้อนใหญ่ เช่น 1 ล้านบาท แต่เงินจำนวนดังกล่าวมักถูกนำไปเก็บออมหรือใช้หนี้ ซึ่งไม่ช่วยให้เกิดรอบหมุนทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
"การออมไม่ใช่ตัวสร้างการหมุนของเศรษฐกิจ ดังนั้นนโยบายประชานิยมสามารถทำได้ แต่ต้องเป็นการแจกที่ทำให้เงินหมุนจริง และที่สำคัญต้องไม่มีการทุจริต เพราะหากเงินไปตกอยู่ในกระเป๋าของคนบางกลุ่ม นโยบายก็จะล้มเหลวทันที" ดร.อรรถวิชช์ กล่าว
ดร.อรรถวิชช์ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ มีจุดยืนชัดเจนว่าถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องเดินหน้าสร้างรั้วถาวร และยกเลิก MOU 43 และ 44 อย่างเด็ดขาด หลังจากที่ไทยสามารถยึดพื้นที่ตามแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 50,000 ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นชัยชนะตามกติกาสากล พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยได้สูญเสียเลือดเนื้อมาแล้วมากพอแล้ว และไม่ควรปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้ออีกต่อไป ทั้งนี้ การสร้างรั้วถาวรจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีควบคู่ ทั้งกล้องวงจรปิด ระบบเรดาร์ และระบบรักษาความปลอดภัยสมัยใหม่ ไม่ควรทำเพียงหอคอยตรวจการณ์โดยไม่มีรั้ว เพราะจะไม่สามารถป้องกันพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ดร.อรรถวิชช์ ระบุอีกว่า ในช่วงที่ไทยหยุดพักการปะทะ ฝ่ายกัมพูชาได้เร่งเสริมความแข็งแกร่ง ทั้งการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ยุทธศาสตร์ และการเตรียมจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเติม ซึ่งหากไทยรอให้ฝ่ายตรงข้ามแข็งแรงขึ้น อาจส่งผลเสียต่อความมั่นคงในระยะยาว ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยมีศักยภาพทางทหารทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ โดยในอ่าวไทยมีเรือฟริเกตและเรือคอร์เวตพร้อมปฏิบัติการ หากไม่ใช้ช่วงเวลาที่ไทยได้เปรียบในขณะนี้ ย่อมทำให้ประเทศตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก พร้อมย้ำว่า หากมีความเห็นพ้องต้องกัน ต้องดำเนินการอย่างชัดเจน "สร้างรั้ว ยึดแนวพื้นที่ให้เป็นรูปธรรม และประกาศให้ชัดว่านี่คืออธิปไตยของประเทศไทย"







