นักโภชนาการแนะ วิธีกินผัก 1 ชนิด ที่หลายคนกินผิดมาตลอด แถมต้านมะเร็งได้ดีที่สุด
เว็บต่างประเทศ ได้เผยว่า ลู่เหมยเป่า นักโภชนาการจากไต้หวัน อธิบายว่า หัวไชเท้ามีสารป้องกันโรคที่ทรงพลังชื่อว่า "ไอโซไทโอไซยาเนต (ITC)" หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) แต่สารนี้ไม่ได้มีอยู่ลอยๆ มันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสารตั้งต้นในหัวไชเท้ามาเจอกับเอนไซม์ "ไมโรซิเนส" (Myrosinase) เท่านั้น
ปัญหาคือเจ้าเอนไซม์ตัวนี้ "กลัวความร้อน" มาก หากโดนความร้อนเกิน 70-80 องศาเซลเซียส มันจะสลายตัวทันที ทำให้ปฏิกิริยาเคมีที่สร้างสารต้านมะเร็งไม่เกิดขึ้น ดังนั้นการกินแบบ "ดิบ" จึงเป็นวิธีเดียวที่จะรักษากุญแจสำคัญนี้ไว้ได้
นอกจากการไม่ผ่านความร้อนแล้ว การทำลายโครงสร้างเซลล์ก็สำคัญมาก เพราะสารตั้งต้นและเอนไซม์อยู่คนละส่วนกัน การหั่นเป็นชิ้นอาจไม่เพียงพอ วิธีที่ดีที่สุดคือการ "ขูดเป็นโคลน" หรือบดละเอียด เพื่อทำลายผนังเซลล์ให้สารทั้งสองมาเจอกันและทำปฏิกิริยากันได้เต็มที่
และเมื่อตักเข้าปาก อย่ารีบกลืน! แนะนำให้ "เคี้ยวนานกว่า 30 วินาที" เพื่อให้ปากของเราทำหน้าที่เป็นเหมือนห้องทดลองเคมีขนาดย่อม ช่วยเร่งปฏิกิริยาให้เกิดสารที่มีประโยชน์สูงสุดก่อนเข้าสู่ร่างกาย
เพื่อการดูดซึมที่ดียิ่งขึ้น นักโภชนาการแนะนำสูตรเด็ด: เติมความเปรี้ยว: ใส่น้ำส้มสายชูหรือน้ำมะนาวเล็กน้อย ความเป็นกรดจะช่วยให้การสร้างสาร ITC เสถียรและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เติมไขมันดี: เหยาะน้ำมันมะกอกลงไปนิดหน่อย เพราะสารต้านมะเร็งชนิดนี้ละลายในไขมัน จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ดีขึ้นแบบทวีคูณ
ยังมีอีกเคล็ดลับที่น่าสนใจ คือการกิน "หัวไชเท้าบดสด" คู่กับ "บรอกโคลีต้ม" เนื่องจากบรอกโคลีที่ต้มสุกแล้วจะสูญเสียเอนไซม์ไป แต่ยังมีสารตั้งต้นเหลืออยู่ การกินคู่กับหัวไชเท้าสดที่มีเอนไซม์แข็งแรง จะช่วยไปปลุกสารอาหารในบรอกโคลีให้กลับมามีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้อีกครั้ง เรียกว่าช่วยกู้คืนคุณค่าทางอาหารให้กลับมาเต็มเปี่ยม







