ช็อก 13 ความเข้าใจผิดโรคมะเร็ง เรื่องจริงที่คนทั้งโลกควรรู้
เรียกได้ว่า ความจริงเกี่ยวกับมะเร็งปอด กำลังถูกคลี่คลาย หลังผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งทรวงอกระดับโลก ออกมาอธิบายประเด็นสำคัญ เพื่อสลายความเชื่อผิดๆ ที่สังคมเข้าใจกันมายาวนานเกี่ยวกับโรคร้ายอันดับต้นๆ ของโลก

โดยมีดังนี้
1. มีแค่คนสูบบุหรี่เท่านั้นที่เป็นมะเร็งปอด
นี่คือความเชื่อที่คลาดเคลื่อน และสร้างตราบาปให้ผู้ป่วยอย่างมาก ข้อมูลจาก CDC ระบุว่า ผู้ป่วยมะเร็งปอดในสหรัฐฯ ราว 10–20% เป็นผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย โดยแต่ละปีมีผู้ไม่สูบบุหรี่เสียชีวิตจากมะเร็งปอดเนื่องจากควันบุหรี่มือสองถึง 7,300 ราย และอีก 2,900 รายเกิดจากการสัมผัสก๊าซเรดอน
2. มะเร็งปอดป้องกันไม่ได้
เราสามารถลดความเสี่ยงได้หลายวิธี เริ่มจากการป้องกัน และการเลิกสูบบุหรี่ รวมถึงการหลีกเลี่ยงควันบุหรี่มือสองซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้คนใกล้ชิดถึง 20–30% นอกจากนี้ การตรวจคัดกรองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้ปริมาณรังสีต่ำ (Low-dose CT scan) ในกลุ่มเสี่ยงสูง ยังช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้มากกว่า 20%
3. เป็นโรคของผู้สูงอายุเท่านั้น
แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอายุมากกว่า 65 ปี แต่ปัจจุบันพบผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง ดังนั้นอายุจึงไม่ใช่เครื่องรับประกันว่าคุณจะไม่เสี่ยงต่อโรคนี้
4. อยู่ในเมืองที่มีมลพิษอันตรายกว่าการสูบบุหรี่
มลพิษทางอากาศเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดได้จริง โดยเฉพาะก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์และฝุ่นละอองขนาดเล็ก แต่การเปรียบเทียบว่าอะไรแย่กว่านั้นทำได้ยาก แพทย์ระบุว่ามลพิษเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ แต่หากรวมกับการสูบบุหรี่ด้วยแล้ว ความเสี่ยงจะพุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ
5. สูบมานานแล้ว เลิกตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์
ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่หรือสูบมานานแค่ไหน การเลิกสูบบุหรี่ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งปอดได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน และโรคเบาหวาน ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนดีขึ้นและมีพลังงานมากขึ้น
6. การสูบกัญชาไม่เพิ่มความเสี่ยง
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ากัญชาเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่ง แต่อาจต้องรอผลการศึกษาในระยะยาวที่ชัดเจนกว่านี้ เนื่องจากผู้ที่สูบกัญชามักสูบบุหรี่ร่วมด้วย ทำให้ยากต่อการแยกแยะผลกระทบของแต่ละปัจจัยออกมาอย่างชัดเจน
7. เป็นมะเร็งปอดแล้วจะสูบต่อก็ได้
ไม่จริงอย่างยิ่ง ผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ตัดสินใจเลิกสูบบุหรี่จะมีพยากรณ์โรคที่ดีกว่า มีโอกาสตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่า และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น

8. การผ่าตัดทำให้มะเร็งแพร่กระจาย
นี่คือเรื่องไม่จริง การผ่าตัดมะเร็งปอดถูกแนะนำในระยะเริ่มต้นเพื่อเป้าหมายในการรักษาให้หายขาด ส่วนในรายที่เนื้องอกมีขนาดใหญ่ แพทย์อาจใช้การเคมีบำบัดหรือภูมิคุ้มกันบำบัดก่อนผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงของเซลล์มะเร็งในกระแสเลือด
9. สูดดมแป้งทาตัว (Talcum) เสี่ยงมะเร็งปอด
ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าแป้งทาตัวเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งปอดที่สูงขึ้น ความเข้าใจผิดนี้อาจมาจากผลการศึกษาในกลุ่มคนงานเหมืองแป้ง ซึ่งแท้จริงแล้วอาจได้รับอันตรายจากก๊าซเรดอนหรือแร่ธาตุอื่นๆ ใต้ดินมากกว่าตัวแป้งเอง
10. ถ้าเป็นมะเร็งปอด ต้องมีอาการแสดงออก
มะเร็งปอดสามารถตรวจพบได้ในผู้ที่ "ไม่มีอาการเลย" หรือมีอาการทางเดินหายใจเพียงเล็กน้อย นี่คือเหตุผลที่การตรวจคัดกรองในกลุ่มเสี่ยงมีความสำคัญมาก เพราะการพบโรคในระยะแรกช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมหาศาล
11. มะเร็งปอดเท่ากับต้องตายเสมอไป
หากตรวจพบในระยะแรก มีอัตราการรักษาหายสูงกว่า 60% แม้แต่ในระยะแพร่กระจาย ความก้าวหน้าทางการแพทย์และการบำบัดแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ในปัจจุบันช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าทศวรรษที่ผ่านมาอย่างมาก
12. อาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันได้
แม้สารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยปกป้องเซลล์ แต่การศึกษาทางคลินิกส่วนใหญ่ยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนว่าการทานอาหารเสริมเหล่านี้จะช่วยป้องกันมะเร็งปอดได้ การรับประทานอาหารจากธรรมชาติและการได้รับสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสมจึงยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด
13. การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงเพียงอย่างเดียว
บุหรี่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น ประวัติคนในครอบครัว มลพิษทางอากาศ การสัมผัสก๊าซเรดอน แร่ใยหิน การฉายรังสีบริเวณทรวงอกในอดีต และโรคปอดเรื้อรัง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูล จาก medicalnewstoday.com
เรียบเรียงโดย news.in.th






