เดือดต้อนรับปีใหม่ ปู มัณฑนา สวนกลับ ทนายตุ๋ย ปมพูดข่มขู่ ลั่นขอวงจรปิดศาลพิสูจน์ความจริง
เรียกได้ว่า เป็นเดือดกันไปมา เมื่อก่อนหน้านั้น หนุ่ม กรรชัย ฟ้องหมิ่นประมาท ปู มัณฑนา โดยมีทนายตุ๋ยเป็นทนายของ หนุ่ม กรรชัย ซึ่งเรื่องเกิดจาก ทนายความส่วนของหนุ่ม กรรชัย ก็ได้แจ้งความเอาผิดปูเพิ่มเติม ในข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องจากอีกฝ่ายได้บอกว่า ทนายตุ๋ย ไปด่าพวกเขาที่หน้าห้องพิจารณาคดี พร้อมบอกว่ามีการกดดันและข่มขู่ ซึ่งย้อนกลับไปวันที่ทนายตุ๋ยให้สัมภาษณ์ในวันที่ 26 ธค.68 ว่า “สามีเขาชี้หน้าผมในห้องพิจารณาคดี แล้วพูดคำว่าระวังตัวไว้ ข่มขู่ผมเลย ผมเลยไปแจ้งความไว้” ด้าน “เดือน” ภรรยาของทนาย ยันไม่เคยด่าอีแก่ อีเหี่ยว แค่พูดว่าเหี่ยว ไม่มีขึ้นอี เพราะทนพฤติกรรมของอดีตนักแสดงรุ่นใหญ่ไม่ไหว

ล่าสุด ทาง ปู มัณฑนา ได้โพสต์ส่งท้ายปี68 ต้อนรับปี69 ร่ายยาวว่า ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ คำชี้แจงข้อเท็จจริง
จากกรณีที่มีการให้สัมภาษณ์และกล่าวถึงดิฉันและคุณหาญส์ต่อสาธารณะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (26 ธันวาคม 2568)
ซึ่งมีเนื้อหาคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ดิฉันขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงข้อเท็จจริงตามลำดับเหตุการณ์ ดังต่อไปนี้
1. ดิฉันไม่เคยรู้จัก ไม่เคยติดต่อ และไม่เคยพบกับนายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ และภรรยามาก่อน
2. การพบกันครั้งแรกเกิดขึ้นที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ในช่วงเวลาประมาณ 08.45–11.30 น. ในขณะนั้น นายพรศักดิ์ยืนอยู่กับภรรยาและบุคคลอื่นรวมประมาณ 5–6 คน และมีพฤติกรรมจ้องมองดิฉันอย่างต่อเนื่อง พร้อมมีการใช้ถ้อยคำในลักษณะก้าวร้าวบริเวณหน้าบันไดทางขึ้นศาล
3. ต่อมาดิฉันและทนายความได้เดินไปยังหน้าห้องพิจารณาคดี 402 ปรากฏว่ามีการใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมต่อดิฉัน และยังมีการติดตามเข้ามาใกล้ห้องพิจารณาคดี แม้ดิฉันจะพยายามหลีกเลี่ยงโดยการเข้าไปภายในห้องแล้วก็ตาม
4. เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ดิฉันรู้สึกหวาดกลัว อับอาย และได้รับผลกระทบทางจิตใจ ดิฉันจึงได้นำเรื่องที่เกิดขึ้นไปเล่าให้คุณหาญส์รับทราบ ซึ่งคุณหาญส์เกิดความเป็นห่วงดิฉันเป็นอย่างมาก
5. ในวันนัดพิจารณาคดีที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ กรณีที่นางสาวรัศมีฯ ฟ้องว่าดิฉันแจ้งความเท็จเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด คุณหาญส์ได้เดินทางไปศาลเป็นเพื่อนดิฉันด้วยความเป็นห่วง ดิฉันรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งที่พบว่านายพรศักดิ์และภรรยานั่งอยู่ในห้องพิจารณาคดี ทั้งที่ไม่ได้เป็นคู่ความหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว
6. ระหว่างการพิจารณาคดี ดิฉันสังเกตเห็นพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความปั่นป่วนและรบกวนสมาธิ เช่น การแสดงกิริยาและสีหน้าล้อเลียน ซึ่งมีบุคคลอื่นในห้องพิจารณาคดีสามารถรับรู้ได้
7. นายพรศักดิ์มิได้เป็นคู่ความในคดีของดิฉัน ดิฉันเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความควรอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

8. คำพูดของคุณหาญส์ที่มีต่อนายพรศักดิ์ เป็นไปด้วยเจตนาปกป้องดิฉัน ภายหลังจากที่ดิฉันเผชิญกับพฤติกรรมที่ทำให้รู้สึกถูกคุกคามก่อนหน้านั้น
9. กรณีที่มีการให้สัมภาษณ์ว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีกับคุณหาญส์ ดิฉันขอเรียนว่าข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทั้งหมดควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้านและเป็นธรรม
10. ดิฉันเป็นผู้หญิงที่ไม่เคยรู้จักหรือมีความขัดแย้งใด ๆ กับนายพรศักดิ์มาก่อน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ดิฉันได้รับความอับอายและความไม่สบายใจอย่างมาก
11. กรณีที่มีการยื่นคำร้องกล่าวหาดิฉันในข้อกล่าวหาละเมิดอำนาจศาล ศาลได้พิจารณาแล้วและมีคำสั่งไม่รับคำร้องดังกล่าว
12. เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ดิฉันได้มอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องขอภาพจากกล้องวงจรปิดของศาลอาญากรุงเทพใต้ บริเวณหน้าบันไดทางขึ้นศาล หน้าห้องพิจารณาคดี 402 และภายในห้องพิจารณาคดี 402 ในช่วงเวลาประมาณ 08.45–11.30 น.
13. ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าศาลจะเมตตาอนุญาตให้คัดถ่ายภาพจากกล้องวงจรปิดดังกล่าว เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์เป็นไปอย่างไร และใครเป็นผู้กล่าวความจริง
14. ข้อความทั้งหมดที่ดิฉันชี้แจงนี้ เป็นความจริงตามที่เกิดขึ้นทุกประการ หากมิใช่ความจริง ดิฉันย่อมไม่กล้าขอใช้พยานหลักฐานจากศาลมาใช้ในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง
15.ใครกันแน่ที่ไม่หยุด ใครกันแน่ที่เป็นคนเริ่มก่อน ดิฉันอยู่ของดิฉันเฉยๆ ถ้าดิฉันผิดจริง พวกคุณควรใช้สิทธิทางศาลเท่านั้น ไม่ใช่มาละเมิดสิทธิดิฉัน ด้วยประจานดิฉันออกสื่ออย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุดนี้ ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขในวันขึ้นปีใหม่ ขอให้ทุกคนปลอดจากการถูกข่มขู่ คุกคาม และได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง







