หนีจ้าละหวั่น! ชาวกัมพูชา ปีนหลังคาหนีตม. กลัวถูกส่งกลับบ้านเกิด

หนีจ้าละหวั่น! ชาวกัมพูชา ปีนหลังคาหนีตม. กลัวถูกส่งกลับบ้านเกิด

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2568 พ.ต.อ.พัดธงทิว ดามาพงศ์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุกฤษณ์ มีบำรุง รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนนทบุรี และ ร.ต.อ.ธนวัฒน์ กันต์นิกุล รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนนทบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.นนทบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบห้องเช่าไม่มีเลขที่ ภายในซอยติวานนท์ 24 ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีแรงงานต่างด้าวมีพฤติกรรมน่าสงสัยอาศัยอยู่ภายใน

จากการตรวจสอบ พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 4 คน และหญิง 1 คน โดยตรวจพบผู้กระทำผิดจำนวน 3 คน ได้แก่

-นายโซวี กี อายุ 49 ปี อยู่เกินกำหนดอนุญาต 311 วัน

-นายกอย เกอะ อายุ 34 ปี อยู่เกินกำหนดอนุญาต 1,603 วัน

-นายวิโบ เตียง อายุ 37 ปี อยู่เกินกำหนดอนุญาต 1,725 วัน

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ตามมาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522

นอกจากนี้ ยังได้จับกุมนายหยวก อายุ 48 ปี ซึ่งแสดงตัวเป็นเจ้าของห้องเช่าดังกล่าว ในข้อหาเป็นเจ้าบ้านหรือผู้ครอบครองเคหสถาน รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยโดยไม่แจ้งที่พักอาศัยต่อเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากชาวบ้านแจ้งว่า มีแรงงานต่างด้าวหลายรายหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านเช่าลักษณะชั่วคราว เป็นอาคารชั้นเดียวมุงสังกะสี แบ่งเป็นหลายห้อง มีรั้วล้อมรอบอย่างมิดชิด เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้น แต่แรงงานต่างด้าวบางส่วนไหวตัวทัน พยายามปีนหลังคาและหลบหนี ก่อนถูกควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดเป็นแรงงานสัญชาติกัมพูชา

จากการสอบสวน แรงงานต่างด้าวให้การรับสารภาพว่า เดินทางเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องในระยะแรก แต่ไม่ได้ไปต่อวีซ่า จึงหลบหนีมารับจ้างขับรถซาเล้งรับซื้อของเก่า และเนื่องจากมีการกวดขันส่งแรงงานกัมพูชากลับประเทศ จึงต้องหลบซ่อนอยู่ภายในห้องเช่า ไม่ออกไปพบปะผู้คน เพราะเกรงว่าจะถูกจับกุม แม้ยังต้องการทำงานในประเทศไทยต่อ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนจะดำเนินการผลักดันส่งกลับประเทศกัมพูชาต่อไป

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ