
เปิดข้อห้าม อนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่4 หลังกัมพูชาละเมิดอย่างร้ายแรง โจมตีโรงพยาบาลและพลเรือน
จากกรณีเกิดเหตุการร์ทหารกัมพูชาใช้จรวดหลายลำกล้อง BM-21 ยิงใส่พื้นที่เป้าหมาย พลเรือนไทย ทั้งนี้ยังพบว่า กระสุนส่วนหนึ่งตกใส่ โรงพยาบาลพนมดงรัก อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพผู้ป่วย
โดยเพจ SMART Soldiers Strong ARMY ได้โพสต์ข้อความรายงานว่า ว่า กัมพูชา ละเมิดกฎหมาย อนุสัญญาเจนีวา โดยการโจมตีโรงพยาบาล แหล่งชุน และโบราณสถานต่างๆ ของไทยอย่างจงใจ
ระบุว่า ในขณะที่ไทยยึดมั่นในหลักมนุษยธรรม กัมพูชากลับเลือกใช้อาวุธโจมตีพลเรือนอย่างไร้ความปรานี กองทัพบกยึดหลักปฏิบัติการตอบโต้ในลักษณะจำกัดวงและจำเพาะเป้าหมายทางทหาร โดยเคร่งครัดต่อหลักสากล เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อประชาชนกัมพูชา
แต่ฝ่ายกัมพูชากลับเลือกเดินในทางตรงกันข้าม ด้วยการละเมิดอนุสัญญาเจนีวาอย่างชัดเจน โดยใช้อาวุธหนักโจมตีเป้าหมายที่ไม่ใช่ทางทหาร ได้แก่
-ปราสาทตาเมือนธม
-ปราสาทโดนตรวน
-ปั๊มน้ำมัน บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
-โรงพยาบาลพนมดงรัก
-บ้านเรือนประชาชน
-ศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์
การกระทำดังกล่าว ไม่ใช่เพียงการโจมตีทางกายภาพ แต่คือการโจมตีคุณค่าของอารยธรรมและจริยธรรมของโลก มีผู้บริสุทธิ์จำนวนมากได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และนี่คือสิ่งที่กองทัพบกจะไม่มีวันให้อภัยกองทัพบกขอยืนยันอย่างหนักแน่น จะใช้ทุกสรรพกำลัง ทุกขีดความสามารถเพื่อตอบโต้การรุกรานอธิปไตยไทยจากฝ่ายกัมพูชา และเพื่อปกป้องชีวิตประชาชน เกียรติภูมิของชาติ และศักดิ์ศรีของแผ่นดิน อย่างเต็มขีดความสามารถ
ถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรง และการกระทำโดยเจตนาถือเป็นอาชญากรรมสงคราม หากประเทศใดละเมิดข้อตกลงดังกล่าวซึ่งอาจจะถูกนำไปฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในภายหลัง
สำหรับ อนุสัญญาเจนีวา นั้น หากเกิดสงครามสู้รบนั้น สถานพยาบาลเป็นสถานที่ต้องห้ามในการโจมตี ตามหลักพื้นฐานของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
การโจมตีต่อสถานพยาบาลหรือสถานที่ที่ใช้รักษาผู้บาดเจ็บเป็นสิ่งที่ต้องห้ามอย่างชัดแจ้ง เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวไม่ใช่เป้าหมายทางการทหาร มีกฎหมายระหว่างประเทศหลายฉบับที่กล่าวถึงการห้ามการโจมตีต่อสถานพยาบาลต่าง ๆ รวมถึงอนุสัญญาเจนีวาหลายฉบับ ซึ่งมีความตกลงระหว่างประเทศภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศหลายฉบับที่กล่าวถึงหลักการห้ามโจมตีสถานพยาบาล ยกตัวอย่างได้ดังนี้
อนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 1 ว่าด้วยผู้บาดเจ็บ และป่วยในกองทัพในสนามรบ ค.ศ. 1949 (The First Geneva Convention for the Amelioration of the Condition of the Wounded and Sick in Armed Forces in the Field) (อนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 1) ระบุไว้ในข้อ 19 โดยสรุปว่า สถานประจำและหน่วยทางการแพทย์เคลื่อนที่ของบริการทางการแพทย์นั้นห้ามมิให้ทำการโจมตีเลยไม่ว่าจะในพฤติการณ์ใด ๆ และจะต้องได้รับความเคารพและความคุ้มครองจากภาคีคู่พิพาท
อนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 4 เกี่ยวกับการคุ้มครองบุคคลพลเรือนในเวลาสงคราม ค.ศ. 1949 (The Fourth Geneva Convention relative to the Protection of Civilian Persons in Time of War) (อนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 4) ระบุไว้ในข้อ 18 โดยสรุปว่า โรงพยาบาลฝ่ายพลเรือนที่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลรักษาผู้บาดเจ็บ และป่วยไข้ ผู้ทุพพลภาพ และสตรีที่คลอดบุตรนั้น ห้ามมิให้ใช้เป็นจุดแห่งการโจมตีไม่ว่าในพฤติการณ์ใด ๆ แต่จะต้องได้รับความคุ้มครอง
โดยการโจมตีโรงพยาบาลถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรง และการกระทำโดยเจตนาถือเป็นอาชญากรรมสงคราม หากประเทศใดละเมิดข้อตกลงดังกล่าวซึ่งอาจจะถูกนำไปฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ