กฎหมายฉบับใหม่สะเทือนยูเครน เส้นทางสู่ EU ริบหรี่

กฎหมายฉบับใหม่สะเทือนยูเครน เส้นทางสู่ EU ริบหรี่

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศ cnn รายงานว่า ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ลงนามรับรองกฎหมายฉบับใหม่ที่ถูกมองว่า ลดอำนาจองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันจุดชนวนการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศ นับเป็นการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลครั้งสำคัญครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามกับรัสเซียเริ่มต้นเมื่อกว่า 3 ปีก่อน

การชุมนุมปะทุขึ้นในกรุงเคียฟ เมืองลวิฟ ดนิโปร และโอเดสซา หลังรัฐบาลผ่านกฎหมายที่ให้อำนาจ อัยการสูงสุด เป็นประธานสององค์กรสำคัญ ได้แก่ สำนักงานต่อต้านการคอร์รัปชันแห่งชาติ (NABU) และสำนักงานอัยการพิเศษต่อต้านคอร์รัปชัน (SAPO) โดยไม่ผ่านกระบวนการแต่งตั้งตามเดิม ซึ่งเคยรับรองความเป็นอิสระขององค์กรทั้งสองไว้

เซเลนสกีชี้แจงผ่านวิดีโอหลังลงนามในกฎหมายว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เป็น "ขั้นตอนจำเป็นเพื่อกำจัดอิทธิพลของรัสเซีย" ที่อาจแฝงตัวอยู่ในหน่วยงานเหล่านี้ โดยเพิ่งมีการจับกุมเจ้าหน้าที่ NABU สองคนในข้อหาทำงานให้หน่วยข่าวกรองรัสเซียเพียงวันก่อนหน้า

แต่เสียงคัดค้านกลับดังไปทั่วประเทศ ฝ่ายค้านและองค์กรภาคประชาสังคมมองว่า กฎหมายฉบับนี้คือการ ถอยหลังครั้งใหญ่ ของยูเครนในเรื่องการปฏิรูป และเปิดช่องให้อัยการสูงสุดแทรกแซงการสอบสวนได้ จนอาจทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม

เสียงวิจารณ์ยังลุกลามไปถึงแนวหน้าโดย จ่าสิบเอกเยเกอร์ เฟียร์ซอฟ จากหน่วยโดรนของกองทัพ โพสต์ข้อความว่า ไม่มีอะไรบั่นทอนใจไปกว่าการเห็นคนปล้นประเทศที่พวกเรากำลังเสี่ยงตายเพื่อปกป้อง

องค์กรโปร่งใสนานาชาติสาขายูเครน ซึ่งเคยเรียกร้องให้เซเลนสกี วีโต้กฎหมายออกแถลงการณ์ว่า การลดอำนาจองค์กรอิสระเช่นนี้ คือการทำลายเสาหลักสำคัญที่สร้างขึ้นหลังการปฏิวัติล้มรัฐบาลโปรรัสเซียเมื่อปี 2557 ด้านสหภาพยุโรปแสดงความ กังวลอย่างยิ่ง ผ่านคำแถลงของ น.ส.มาร์ตา คอส เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ดูแลการรับประเทศเข้าร่วม EU ระบุว่า การลดทอนอิสระของ NABU คือการถอยหลังในกระบวนการเข้าร่วมสหภาพฯ

สหรัฐฯ เองก็ไม่เห็นด้วย โดยหอการค้าอเมริกันในยูเครน ออกแถลงการณ์ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้บั่นทอนความพยายามในการปราบคอร์รัปชันที่ทั่วโลกเฝ้าจับตามอง และอาจกระทบความเชื่อมั่นระหว่างประเทศอย่างรุนแรง แม้เซเลนสกีจะออกมาให้คำมั่นในวันที่ 23 กรกฎาคมว่า รัฐบาลจะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกร่วมกัน และสร้างความเป็นธรรมอย่างแท้จริง แต่หลายฝ่ายยังคงจับตาใกล้ชิดว่า เสียงของประชาชนและนานาชาติจะทำให้เขาทบทวนกฎหมายฉบับนี้หรือไม่

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ