ใครกินเผ็ดบ่อยๆต้องดู มีข้อดีหรือไม่? เสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง

ใครกินเผ็ดบ่อยๆต้องดู มีข้อดีหรือไม่? เสี่ยงเป็นโรคอะไรบ้าง

เรียกได้ว่า คงมีใครหลายๆคนที่ชอบกินเผ็ดมาก ไม่ว่าจะ ส้มตำ หรือปรุงก๋วยเตี๋ยว ก็จะกินเผ็ดมากๆ บางคนพอกินเผ็ดเอามากๆอาจจะทำให้เกิดน้ำหูน้ำตาไหล และลิ้นชา ปากบาม เนื่องจากอาการเผ็ดมาก แต่บางคนยิ่งเผ็ดอาหารยิ่งอร่อยเลยทีนี้ ซึ่งวันนี้เราจะพาไปดูว่าถ้ากินเผ็ดมากๆจะส่งผลดีหรือผลเสียกันมากกว่า

กินเผ็ดอย่างไรไม่ให้เป็นโรค

1.พยายามไม่กินรสเผ็ดจัดจนเกินไป และไม่กินอาหารเผ็ดทุกมื้อ ควรสลับเลือกอาหารรสชาติอื่นๆ บ้าง

2.หากรับประทานพริก หรือเครื่องปรุงอื่นๆ ที่มีรสเผ็ดแล้วรู้สึกทรมาน แสบปาก แสบท้อง ควรหยุดทานแล้วดื่มน้ำตามเพื่อลดอาการระคายเคืองจากพริกที่อาจเกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร และกระเพาะอาหารได้

3.หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร เช่น กระเพาะอาหารอักเสบ ลำไส้อักเสบ ท้องเสียท้องร่วง อาหารเป็นพิษ ฯลฯ ไม่ควรกินเผ็ด เพราะอาจทำให้อาการของโรคแย่ลง

4.ผู้ป่วยที่มีไข้ เพิ่งผ่าตัด ควรงดการรับประทานอาหารเผ็ดชั่วคราวด้วย

กินเผ็ด บ่อยๆ เสี่ยงโรคอะไรบ้าง

1.ท้องเสีย ในพริกมีสารแคปไซซิน ทำให้เรารู้สึกร้อน จนเราดื่มน้ำมากขึ้น ร่างกายจะพยายามขับเอาสารแคปไซซินออกจากร่างกาย กระเพาะอาหารและลำไส้จึงบีบตัวมากขึ้น เร็วขึ้น ลำไส้ใช้เวลาในการดูดซึมสารอาหารน้อยลง เพราะต้องการขับสารแคปไซซินออกให้เร็วที่สุด จึงทำให้เรามีมักอาการถ่ายท้อง ท้องเสียในช่วงเวลาไม่นานนักหลังจากที่เรากินอาหารเผ็ด

2.กระเพาะอาหารอักเสบ ข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล ระบุว่า นอกจากการติดเชื้อเอชไพโลไร จากการปนเปื้อนของแบคทีเรียในอาหารหรือน้ำที่ดื่มเข้าไป ที่อาจทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังได้แล้ว กินอาหารรสเผ็ดจัดเป็นเวลานานๆ ก็อาจทำให้เยื่อเมือกบุในกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบ บวม แดงได้เช่นกัน นอกจากนี้การกินอาหารรสจัดหรือเผ็ด ยิ่งสร้างกรดที่กัดเยื่อบุกระเพาะ ทำให้ปวดแสบท้องทันทีที่ทานอาหารเผ็ดอีกด้วย

3.โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง การรับประทานอาหารเผ็ดจัดเป็นประจำ อาจทำร้ายเยื่อบุลำไส้ อักเสบและเป็นแผล เกิดการอักเสบเรื้อรังนานเป็นปีๆ ทำให้มีอาการท้องเสียและปวดท้องเป็นช่วงๆ ได้ แม้ว่าส่วนมากโรคลำไส้อักเสบฉับพลันจะเกิดจากการกินอาหารที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน ติดเชื้อไวรัส และมีอาการท้องเสีย ท้องร่วง ร่วมกับปวดท้องรุนแรง แต่การกินเผ็ดจัดอาจเพิ่มอาการอักเสบให้กับเยื่อบุลำไส้เพิ่มมากขึ้นไปอีก และอาจเสี่ยงมะเร็งลำไส้ในอนาคตได้นั่นเอง

4.กรดไหลย้อน กรดไหลย้อนคือภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้มีอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอกและลิ้นปี่ เกิดได้ทั้งจากมีกรดเกินในกระเพาะอาหารจนไหลย้อนขึ้นมา และหูรูดของหลอดอาหารส่วนปลายทำงานผิดปกติ ดังนั้นผู้ที่เป็นกรดไหลย้อนจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารทุกชนิดที่ทำให้เกิดกรด ทั้งอาหารรสเผ็ด รสเปรี้ยว ไปจนถึงอาหารที่มีแก๊สมาก เพราะจะยิ่งทำให้เกิดกรดและไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหารเกิดอาการปวดแสบปวดร้อน และหากมีอาการกรดไหลย้อนเรื้อรังอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดหูรูดหลอดอาหาร เพื่อป้องกันการพัฒนาของโรคไปเป็นมะเร็งหลอดอาหารในอนาคต

ข้อมูลจาก โรงพยาบาลเปาโล

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ