จากสื่อต่างประเทศ ได้ย้อนเรื่องราวของ เฉาหรง กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในโลกออนไลน์ เมื่ออดีตนักแสดงผู้เคยรับบท “ซุนหงอคง” ที่ถูกวิจารณ์หนัก กลายเป็นตัวอย่างของชีวิตที่พลิกผัน จากคนในวงการบันเทิงสู่การใช้ชีวิตเรียบง่ายในบ้านเกิด
หนึ่งในเวอร์ชันที่กลายเป็นกระแสดราม่าคือ Journey to the West: The Sequel ที่เฉาหรงรับหน้าที่ทั้งแสดงนำ กำกับ และดูแลคิวบู๊เองทั้งหมด แม้จะดูเป็นโปรเจกต์ใหญ่ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่คาด

โดยบท “ซุนหงอคง” ที่ เฉาหรง แสดง ถูกวิจารณ์อย่างหนัก ทั้งเรื่องการแสดงที่ดูแข็ง ไม่ลื่นไหล รวมถึงลุคเมกอัปที่หลายคนมองว่า “ไม่ผ่าน” จนถูกตั้งฉายาแรงว่า “ซุนหงอคงที่แย่ที่สุดบนหน้าจอ” ยิ่งไปกว่านั้น เนื้อเรื่องที่ถูกปรับเปลี่ยนจากต้นฉบับมากเกินไป ทำให้แฟน ๆ รู้สึกไม่อิน และไม่ตรงกับภาพจำของไซอิ๋วที่คุ้นเคย ขณะเดียวกัน ภาพจำของซุนหงอคงจาก หลิวเสี่ยวหลิงถง ในเวอร์ชันปี 1986 นั้นแข็งแรงมาก จนกลายเป็น “เงาใหญ่” ที่นักแสดงคนอื่นยากจะก้าวข้าม

แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี เฉาหรง ก็ยังไม่ยอมแพ้ และพยายามกลับมาสร้างผลงานอีกครั้งในปี 2020 แต่กลับเจอกระแสตอบรับที่ไม่ดี ทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์ โดยเฉพาะเทคนิคภาพที่ถูกมองว่าล้าสมัย อีกทั้งด้วยวัยที่มากขึ้น ทำให้เขาไม่สามารถถ่ายทอดความคล่องตัวแบบ “ราชาวานร” ได้เหมือนเดิม

หลังจากผิดหวังในวงการบันเทิง เฉาหรง ค่อย ๆ หายไปจากหน้าจอ และตัดสินใจกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิดในมณฑลหูหนาน ประเทศจีน ปัจจุบันในวัย 60 ปี เขาใช้ชีวิตแบบบ้าน ๆ ทำฟาร์ม เลี้ยงหมู และดูแลพื้นที่เกษตรด้วยตัวเอง พร้อมแชร์ชีวิตประจำวันผ่านโซเชียลให้แฟน ๆ ได้ติดตาม มีแฟน ๆ บางคนเคยเจอเขาออกมาเต้นในลานสาธารณะอย่างสนุกสนาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมุมชีวิตที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง
