ข่าวสังคม - โซเชียล

เปิด 6 จุดเส้นทางมวลน้ำเหนือ ผ่านจังหวัดไหนบ้าง จับตา 29 ก.ย. - 4 ต.ค.

|
เปิด 6 จุดเส้นทางมวลน้ำเหนือ ผ่านจังหวัดไหนบ้าง จับตา 29 ก.ย. - 4 ต.ค.

สถานการณ์น้ำในปัจจุบันยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมวลน้ำเหนือปริมาณมากกำลังไหลลงสู่ระบบแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นอกเหนือจากมวลน้ำจากทางตอนเหนือแล้ว ยังมีอีก 2 ปัจจัยสำคัญ ที่อาจส่งผลกระทบต่อระดับน้ำ ได้แก่ ปริมาณน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และภาวะน้ำทะเลหนุนสูงที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 29 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม นี้

จากการติดตามสถานการณ์ ได้มีการสรุปเส้นทางน้ำเพื่อให้ประชาชนสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยแบ่งเป็น 6 จุดสำคัญ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือต่อไป

นครสวรรค์ (จุดรวมมวลน้ำ): แม่น้ำปิงและน่านไหลมาบรรจบกันที่ปากน้ำโพ มีปริมาณน้ำประมาณ 2,038 ลบ.ม./วินาที แม้ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง แต่มวลน้ำกำลังเคลื่อนตัวลงสู่เจ้าพระยาตอนล่าง

เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท (จุดบริหารน้ำ): มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 2,000 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำใน ชัยนาท สิงห์บุรี และอ่างทอง ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด

อ่างทอง-พระนครศรีอยุธยา: มวลน้ำไหลเข้าสู่ลุ่มเจ้าพระยาตอนกลาง โดยเฉพาะพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ เช่น ป่าโมก เสนา และผักไห่ ที่ถือเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ

แม่น้ำป่าสัก: ต้องจับตาการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งจะเป็นน้ำอีกสายที่เข้ามาเติมและต้องบริหารจัดการร่วมกับเจ้าพระยา โดยเฉพาะช่วงอยุธยาและพื้นที่ตอนล่าง

ปทุมธานี-นนทบุรี: มวลน้ำจะเดินทางต่อเข้าสู่สองจังหวัดนี้ ซึ่งจุดที่ต้องระวังคือชุมชนริมน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ นอกคันกั้นน้ำ และจุดที่ระบายน้ำได้ช้า

กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ: จุดปลายน้ำก่อนออกสู่อ่าวไทย ช่วงวันที่ 29 ก.ย.-4 ต.ค. ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะเจอมวลน้ำเหนือปะทะกับน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้การระบายน้ำช้าลง ชุมชนริมน้ำที่ไม่มีแนวคันกั้นน้ำถาวรต้องเตรียมรับมือ

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News